หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2563

คุณศิริรัฐ โชติเวชการ กรรมการผู้จัดการ Network Advisory Team Ltd. เป็นวิทยากรหลักสูตร : พัฒนาการของระบบบัญชีในยุค Digital ที่น่าจับตามอง

คุณศิริรัฐ โชติเวชการ กรรมการผู้จัดการบริษัท Network Advisory Team Ltd. (NAT) เป็นวิทยากรหลักสูตร : พัฒนาการของระบบบัญชีในยุค Digital ที่น่าจับตามอง จัดโดยสภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ.สภาวิชาชีพบัญชี เมื่อวันพุธที่ 7 ตุลาคม 2563








Contact NAT  www.thaiaccounting.com 

Email : info@thaiaccounting.com
Bangkok office:
1111/104 Ladprao road ,Chankasem ,Jatujak Bangkok 10900
Tel/Fax (66) 2 513 7151  Fax (66) 2 513 7144
Phuket office:
23/11 Kwang road ,T.Vichit, A. Muang Phuket 83000
Tel/Fax (66) 76 375 699


วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2563

e-Withholding Tax ทางเลือกใหม่ ระบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย วารสาร K SME Inspired NO.78 October 2020

 

วารสาร K SME Inspired ฉบับที่78 ประจำเดือน ตุลาคม 2563

e-Withholding Tax ทางเลือกใหม่ ระบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย

โดยศิริรัฐ โชติเวชการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Network Advisory Team Ltd.









e-Withholding Tax ทางเลือกใหม่ ระบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ที่ผ่านมาธุรกิจเอสเอ็มอีมักคุ้นเคยกับการใช้บริการจากสำนักงานบัญชีในการยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย เช่น กรณีจ่ายค่าบริการที่ต้องหักภาษี 3% ให้ผู้ให้บริการที่วางบิลมา 100 บาท ผู้จ่ายก็จะขำระเงินให้กับผู้ให้บริการ 97 บาท แล้วออกหนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่าย ให้ 3 บาท ไปพร้อมกับการจ่ายเงิน

จากนั้นสิ้นเดือนก็จะรวบรวมสำเนาหนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่าย ส่งให้สำนักงานบัญชี ซึ่งจะรวบรวมไปจัดทำ รายงานภาษีหัก ณ ที่จ่าย นำส่งต่อ กรมสรรพากร ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

หากมีการพลั้งเผลอนำส่งหนังสือรับรองฯ ให้สำนักงานบัญชีไม่ครบ และ สำนักงานบัญชีตรวจสอบไม่เจอ หรือที่เคยเป็นปัญหาคือ สำนักงานบัญชีบางแห่งเรียกเก็บเงินค่าภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากลูกค้า แต่ไม่นำส่งให้กรมสรรพากร นั่นหมายถึงการนำส่งภาษีขาดไป ซึ่งหากมีการตรวจสอบภาษีแล้วเจอ ก็จะต้องเสียภาษีย้อนหลัง บวกเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของจำนวนภาษีที่ขาดไป

ในส่วนของผู้ให้บริการก็ต้องรวบรวมหนังสือรับรองฯ ที่ถูกหักภาษีเก็บไว้ เพื่อเป็นหลักฐานในการนำไปเครดิตภาษี พร้อมๆ กับการยื่นภาษีเงินได้ ไม่ว่าจะในรูปของเงินได้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล หากตกหล่นไป นั่นหมายถึงการยื่นรายได้ไม่ครบถ้วน หรือถ้ายื่นรายได้ครบ แต่มีหนังสือรับรองฯ ไม่ครบก็จะนำไปเครดิตภาษีไม่ได้เช่นกัน

หากทบทวนดูแล้ว ระบบหักภาษี ณ ที่จ่าย สร้างภาระมากมาย มีความสิ้นเปลืองทั้งค่าเสียเวลาในการจัดทำ ค่ากระดาษ ค่านำส่ง รวมไปถึง ความเสี่ยงในการเสียภาษีและเงินเพิ่มย้อนหลังกรณีนำส่งไม่ครบ

 

แต่ในยุค New Normal ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ นับได้ว่าเป็นทางเลือกใหม่ของระบบ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย โดยนับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2563 เป็นต้นไป ผู้ประกอบการสามารถใช้บริการรับชำระเงิน จากธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ e-Withholding Tax กับ กรมสรรพากร (KBank ก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ) เมื่อมีการจ่ายเงินได้ให้แก่ผู้รับเงินทั้งในและต่างประเทศ ผู้จ่ายเงินได้ประเภท ที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย จะต้องแจ้งข้อมูลดังต่อไปนี้ ให้ธนาคารทราบ

1.เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้จ่ายเงิน

2.ชื่อหรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้รับเงิน

3.ระบุประเภทของเงินได้พึงประเมิน และ จำนวนเงินได้ที่ผู้จ่ายเงินได้นำส่ง

4.จำนวนภาษีที่หักหรือนำส่ง

ธนาคารในฐานะผู้ให้บริการรับชำระเงินจะมีหน้าที่ เป็นตัวกลางในการรับเงินจำนวนดังกล่าว หักภาษี ตามยอดที่แจ้ง และนำส่งเงินภาษีให้กับกรมสรรพากร แทนการยื่นแบบเป็นกระดาษหรือผ่านอินเทอร์เน็ต (e-Filing)

ในขณะเดียวกัน ธนาคารผู้ให้บริการฯ จะออกหลักฐานแสดงการรับชำระเงินภาษีให้แก่ผู้จ่ายเงิน และผู้รับเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ผู้จ่ายเงินจะได้รับใบเสร็จรับเงินจากกรมสรรพากรเป็นอิเล็กทรอนิกส์

ส่วนผู้รับก็ไม่ต้องเก็บหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย เป็นกระดาษอีกต่อไป เนื่องจากจะสามารถตรวจสอบข้อมูลภาษีของตนได้ที่ Web Portal ของกรมสรรพากร

 

นอกจากจะได้รับความสะดวก ลดความเสี่ยง และประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้นแล้ว กรมสรรพากรยังใจดีออกมาตรการจูงใจให้มาใช้บริการฯ โดยลดอัตรา ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ประเภทเงินได้ที่เคยหัก 3% เป็น 2% มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2563- 31 ธันวาคม พ.ศ.2564

เท่านั้นยังไม่พอ ทั้งธนาคารผู้ให้บริการระบบ e-Withholding Tax และ ผู้หัก ณ ที่จ่ายผ่านระบบ e-Withholding Tax ยังสามารถนำรายจ่ายเพื่อการ ลงทุนในระบบ e-Withholding Tax มาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษี เงินได้นิติบุคคล ได้ถึง 2 เท่า และสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจที่สุดก็คือ ผู้ที่ใช้ บริการ e-Withholding Tax จะได้รับการจัดให้เป็นผู้ประกอบการกลุ่มดีได้ง่ายขึ้น ทำให้ถูกตรวจสอบน้อยลงและกรณีมีการขอคืนภาษี ก็จะได้รับคืนเงินภาษีเร็วขึ้น หากท่านใดที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากธนาคารที่ให้บริการ

 

หมายเหตุ : บริการดังกล่าวนี้ ยังรวมถึงบริการ “นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม” เมื่อมีการชำระค่าสินค้าหรือบริการให้แก่ผู้ประกอบการในต่างประเทศด้วย แต่ในที่นี้ ขอเน้นเฉพาะเรื่องภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่าย

K SME Inspired #78 Page 65 - 69

 

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2563

Network Advisory Team Ltd. ได้รับ Silver award จาก งาน Best Digital Accounting Firm Award 2020

คุณศิริรัฐ โชติเวชการ กรรมการผู้จัดการบริษัท Network Advisory Team Ltd. (NAT)
รับโล่ห์ Silver award จากนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในพิธีมอบรางวัลสำนักงานบัญชีดิจิทัลดีเด่น ประจำปี 2563 จากงาน Best Digital Accounting Firm Award 2020

จัดโดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
เมื่อ 16 กันยายน 2563 ที่ Buddy Oriental Riverside Hotel


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dbd.go.th/news_view.php?nid=469418521









Contact NAT  www.thaiaccounting.com 

Email : info@thaiaccounting.com
Bangkok office:
1111/104 Ladprao road ,Chankasem ,Jatujak Bangkok 10900
Tel/Fax (66) 2 513 7151  Fax (66) 2 513 7144
Phuket office:
23/11 Kwang road ,T.Vichit, A. Muang Phuket 83000
Tel/Fax (66) 76 375 699




วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2563

NAT สาขากรุงเทพ ต้อนรับการมาตรวจเยี่ยมตามโครงการประกวดสำนักงานบัญชีดิจิทัลดีเด่น Best Digital Accounting Firm Award

ทีมงาน NAT กรุงเทพ ให้การต้อนรับทีมงานจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมNATตามโครงการประกวดสำนักงานบัญชีดิจิทัลดีเด่น Best Digital Accounting Firm Award เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2563












Contact NAT www.thaiaccounting.com 

Email : info@thaiaccounting.com
Bangkok office:
1111/104 Ladprao road ,Chankasem ,Jatujak Bangkok 10900
Tel/Fax (66) 2 513 7151  Fax (66) 2 513 7144
Phuket office:
23/11 Kwang road ,T.Vichit, A. Muang Phuket 83000
Tel/Fax (66) 76 375 699

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

พัฒนาการของระบบบัญชีในยุค Digital ที่น่าจับตามอง

สัมมนา พัฒนาการของระบบบัญชีในยุค Digital ที่น่าจับตามอง
โดยสภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมพระราชูปถัมภ์
 

วัน/เวลา :
 พุธที่ 7 ตุลาคม 2563 09.00-16.30 น.
วิทยากรหลักสูตร : คุณศิริรัฐ โชติเวชการ
รายละเอียดหลักสูตร :
ท่านสามารถดาวน์โหลดเอกสาร
(ก่อนวันสัมมนา 3 วันทำการ)
สถานที่ฝึกอบรม : อาคารสภาวิชาชีพบัญชี ถนนสุขุมวิท 21 ภายในสถานที่สัมมนา มีอากาศเย็น ควรสวมเสื้อกันหนาว แขนยาว หรือ ผ้าคลุม เพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้น
อัตราสัมมนาสมาชิก(รวม VAT) : 599.00 บาท
อัตราสัมมนาบุคคลทั่วไป(รวม VAT) : 999.00 บาท

จองสัมมนาได้ที่ link
https://eservice.tfac.or.th/accounttraining/courseDetail.php?Code=CSO20070010


วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

จัดการบัญชีแบบ New Normal วารสาร K SME Inspired ฉบับที่ 75 ประจำเดือน กรกฎาคม 2563

วารสาร K SME Inspired ฉบับที่ 75 ประจำเดือน กรกฎาคม 2563

จัดการบัญชีแบบ New Normal

โดยศิริรัฐ โชติเวชการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Network Advisory Team Ltd.











จัดการบัญชีแบบ New Normal

จากวิกฤต COVID-19 ที่มาเร็วและมาแรง แม้จะดูเหมือนกำลังเจือจางลง แต่ก็ยังคงไว้วางใจไม่ได้ ทำให้ธุรกิจทั้งโลกต้องหยุดชะงักไปช่วงหนึ่ง บางธุรกิจถือโอกาสหยุดแล้วหยุดเลย เพราะปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่สำหรับธุรกิจที่ยังพร้อมจะเดินหน้าต่อ ก็เริ่มตระหนักแล้วว่าจะดำเนินธุรกิจอย่างที่เคยไม่ได้ ต้องปรับตัวเข้าสู่ New Normal แม้แต่เรื่องการจัดการด้านบัญชี ที่จะทำอะไรเหมือนเดิมอีกไม่ได้ ก็ต้องก้าวไปสู่ New Normal เช่นกัน

หลายคนอาจสงสัยว่ารูปแบบการ จัดการด้านบัญชีที่บอกว่าจะต้องเป็น New Normal เช่นกันนั้น คืออย่างไร พูดง่ายๆ คือ หากจะให้ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจ ในยุคหลัง COVID-19 การทำบัญชีจะต้อง เป็น Real Time ผู้ประกอบการจึงจะสามารถ มีงบกำไรขาดทุนและงบดุลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ และทันการณ์ เพื่อนำมาบริหาร เงินสดและค่าใช้จ่าย ดังนั้น ในยุคหลังจากนี้ ธุรกิจจำเป็นต้องเร่งระบบบัญชีเข้าสู่ Cloud Base ซึ่งเป็นการนำข้อมูลขึ้นสู่ระบบออนไลน์นั่นเอง

ในขณะเดียวกัน นักบัญชีก็ต้องปรับ บทบาทจากคนที่เคยเน้นการยื่นภาษี รายเดือน-รายปีให้กับผู้ประกอบการมาเป็น เพื่อนคู่คิด ที่จะนำเสนอและวิเคราะห์ ข้อมูลธุรกิจแบบเข้าใจง่ายๆ 
เรียกได้ว่า New Normal ของนักบัญชี คือ ต้องปรับตัวให้สามารถเป็น “วิศวกรบัญชี” (Accounting Engineering) หรือ นักบัญชีรุ่นใหม่ที่ต้องเก่งเทคโนโลยี ควบคู่ไปด้วย โดยสามารถนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในงานบัญชีได้ อีกทั้งยังต้องมีความสามารถในการ วิเคราะห์และแก้ปัญหาได้อย่างเป็น กระบวนการ ซึ่งจะช่วยให้ได้ผลงาน ที่มีประสิทธิผลและเร็วกว่าการทำงาน แบบเดิมๆ ของนักบัญชี

ยกตัวอย่างเช่น หากธุรกิจจะต้อง ปรับตัวเข้าสู่การขายผ่านออนไลน์ นักบัญชี New Normal ในรูปแบบของวิศวกรบัญชี จะต้องสามารถออกแบบระบบบัญชีใหม่ โดยเลือกแอปพลิเคชันที่รองรับการขายของออนไลน์ และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลในการขายเข้าสู่ระบบบัญชีออนไลน์โดยอัตโนมัติ และยังต้องเฟ้นหาแอปพลิเคชันในการวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึกที่สามารถแปลงข้อมูลออกมาในรูปแบบของกราฟิก เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าใจ ง่ายขึ้นและนำไปใช้ในการตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น 

แต่ปัญหาคือ ถ้านักบัญชีในปัจจุบันของท่านไม่สามารถปรับตัวให้เป็น วิศวกรบัญชีให้ท่านได้ แล้วจะทำอย่างไรดี

คำตอบคือ ทางเลือกแรก อาจจะต้องจ้างเพิ่มเพียงแต่นักบัญชีรูปแบบดังกล่าว หากเป็นแบบ Full Time จะมีค่าตัวที่ค่อนข้างสูง ดังนั้น สำหรับเอสเอ็มอี อาจจะใช้วิธีการหา Freelance ในราคา ที่เหมาะสมมาทำหน้าที่นี้แทนได้ โดยอาจจะทำงานร่วมกันผ่านระบบออนไลน์ และ จัดให้มีการประชุมเพื่อนำเสนอและวิเคราะห์ข้อมูลเดือนละกี่ครั้ง ขึ้นอยู่กับการตกลงกันตามความเหมาะสม

ส่วนอีกทางเลือกหนึ่งที่เริ่มเห็นมีการเคลื่อนไหวมากขึ้น นั่นคือ การ Outsource งานบัญชีทั้งแผนก ออกไปให้สำนักงานบัญชีที่มีศักยภาพที่สามารถรองรับการทำงานบนโปรแกรมบัญชีออนไลน์ได้ โดยจะต้องนำเสนอผลการดำเนินงานทุกเดือน ผ่านการประชุมแบบ VDO Conference

การใช้ Outsource งานบัญชีนั้น ถือเป็นทางเลือกที่เกิดจากวิกฤต COVID-19 ซึ่งทำให้หลายๆ ธุรกิจเริ่มตระหนักแล้วว่า การจ้างพนักงานประจำอาจไม่คล่องตัวมากนัก ดังนั้น การ Outsource จึงเป็น ทางออกของธุรกิจที่อาจจะไม่ต้องแบกภาระเรื่องคนอีกต่อไป

เห็นแล้วใช่ไหมว่า COVID-19 ได้ พลิกโฉมหน้าของการทำธุรกิจให้เปลี่ยนไปทุกด้านจริงๆ แม้แต่เรื่องภายในองค์กร อย่างการจัดการบัญชียังต้องเปลี่ยนไปด้วย นี่คือสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องเรียนรู้ และเข้าใจเพิ่มเติมว่านับจากนี้จะไม่มีอะไรที่เหมือนเดิมอีกต่อไป หากไม่เปลี่ยนตั้งแต่วันนี้ โอกาสที่จะไปต่อคงเหลือน้อยเต็มที

K SME Inspired #75 Page 76 - 81