หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2563

NAT สาขากรุงเทพ ต้อนรับการมาตรวจเยี่ยมตามโครงการประกวดสำนักงานบัญชีดิจิทัลดีเด่น Best Digital Accounting Firm Award

ทีมงาน NAT กรุงเทพ ให้การต้อนรับทีมงานจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมNATตามโครงการประกวดสำนักงานบัญชีดิจิทัลดีเด่น Best Digital Accounting Firm Award เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2563












Contact NAT www.thaiaccounting.com 

Email : info@thaiaccounting.com
Bangkok office:
1111/104 Ladprao road ,Chankasem ,Jatujak Bangkok 10900
Tel/Fax (66) 2 513 7151  Fax (66) 2 513 7144
Phuket office:
23/11 Kwang road ,T.Vichit, A. Muang Phuket 83000
Tel/Fax (66) 76 375 699

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

พัฒนาการของระบบบัญชีในยุค Digital ที่น่าจับตามอง

สัมมนา พัฒนาการของระบบบัญชีในยุค Digital ที่น่าจับตามอง
โดยสภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมพระราชูปถัมภ์
 

วัน/เวลา :
 พุธที่ 7 ตุลาคม 2563 09.00-16.30 น.
วิทยากรหลักสูตร : คุณศิริรัฐ โชติเวชการ
รายละเอียดหลักสูตร :
ท่านสามารถดาวน์โหลดเอกสาร
(ก่อนวันสัมมนา 3 วันทำการ)
สถานที่ฝึกอบรม : อาคารสภาวิชาชีพบัญชี ถนนสุขุมวิท 21 ภายในสถานที่สัมมนา มีอากาศเย็น ควรสวมเสื้อกันหนาว แขนยาว หรือ ผ้าคลุม เพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้น
อัตราสัมมนาสมาชิก(รวม VAT) : 599.00 บาท
อัตราสัมมนาบุคคลทั่วไป(รวม VAT) : 999.00 บาท

จองสัมมนาได้ที่ link
https://eservice.tfac.or.th/accounttraining/courseDetail.php?Code=CSO20070010


วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

จัดการบัญชีแบบ New Normal วารสาร K SME Inspired ฉบับที่ 75 ประจำเดือน กรกฎาคม 2563

วารสาร K SME Inspired ฉบับที่ 75 ประจำเดือน กรกฎาคม 2563

จัดการบัญชีแบบ New Normal

โดยศิริรัฐ โชติเวชการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Network Advisory Team Ltd.











จัดการบัญชีแบบ New Normal

จากวิกฤต COVID-19 ที่มาเร็วและมาแรง แม้จะดูเหมือนกำลังเจือจางลง แต่ก็ยังคงไว้วางใจไม่ได้ ทำให้ธุรกิจทั้งโลกต้องหยุดชะงักไปช่วงหนึ่ง บางธุรกิจถือโอกาสหยุดแล้วหยุดเลย เพราะปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่สำหรับธุรกิจที่ยังพร้อมจะเดินหน้าต่อ ก็เริ่มตระหนักแล้วว่าจะดำเนินธุรกิจอย่างที่เคยไม่ได้ ต้องปรับตัวเข้าสู่ New Normal แม้แต่เรื่องการจัดการด้านบัญชี ที่จะทำอะไรเหมือนเดิมอีกไม่ได้ ก็ต้องก้าวไปสู่ New Normal เช่นกัน

หลายคนอาจสงสัยว่ารูปแบบการ จัดการด้านบัญชีที่บอกว่าจะต้องเป็น New Normal เช่นกันนั้น คืออย่างไร พูดง่ายๆ คือ หากจะให้ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจ ในยุคหลัง COVID-19 การทำบัญชีจะต้อง เป็น Real Time ผู้ประกอบการจึงจะสามารถ มีงบกำไรขาดทุนและงบดุลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ และทันการณ์ เพื่อนำมาบริหาร เงินสดและค่าใช้จ่าย ดังนั้น ในยุคหลังจากนี้ ธุรกิจจำเป็นต้องเร่งระบบบัญชีเข้าสู่ Cloud Base ซึ่งเป็นการนำข้อมูลขึ้นสู่ระบบออนไลน์นั่นเอง

ในขณะเดียวกัน นักบัญชีก็ต้องปรับ บทบาทจากคนที่เคยเน้นการยื่นภาษี รายเดือน-รายปีให้กับผู้ประกอบการมาเป็น เพื่อนคู่คิด ที่จะนำเสนอและวิเคราะห์ ข้อมูลธุรกิจแบบเข้าใจง่ายๆ 
เรียกได้ว่า New Normal ของนักบัญชี คือ ต้องปรับตัวให้สามารถเป็น “วิศวกรบัญชี” (Accounting Engineering) หรือ นักบัญชีรุ่นใหม่ที่ต้องเก่งเทคโนโลยี ควบคู่ไปด้วย โดยสามารถนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในงานบัญชีได้ อีกทั้งยังต้องมีความสามารถในการ วิเคราะห์และแก้ปัญหาได้อย่างเป็น กระบวนการ ซึ่งจะช่วยให้ได้ผลงาน ที่มีประสิทธิผลและเร็วกว่าการทำงาน แบบเดิมๆ ของนักบัญชี

ยกตัวอย่างเช่น หากธุรกิจจะต้อง ปรับตัวเข้าสู่การขายผ่านออนไลน์ นักบัญชี New Normal ในรูปแบบของวิศวกรบัญชี จะต้องสามารถออกแบบระบบบัญชีใหม่ โดยเลือกแอปพลิเคชันที่รองรับการขายของออนไลน์ และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลในการขายเข้าสู่ระบบบัญชีออนไลน์โดยอัตโนมัติ และยังต้องเฟ้นหาแอปพลิเคชันในการวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึกที่สามารถแปลงข้อมูลออกมาในรูปแบบของกราฟิก เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าใจ ง่ายขึ้นและนำไปใช้ในการตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น 

แต่ปัญหาคือ ถ้านักบัญชีในปัจจุบันของท่านไม่สามารถปรับตัวให้เป็น วิศวกรบัญชีให้ท่านได้ แล้วจะทำอย่างไรดี

คำตอบคือ ทางเลือกแรก อาจจะต้องจ้างเพิ่มเพียงแต่นักบัญชีรูปแบบดังกล่าว หากเป็นแบบ Full Time จะมีค่าตัวที่ค่อนข้างสูง ดังนั้น สำหรับเอสเอ็มอี อาจจะใช้วิธีการหา Freelance ในราคา ที่เหมาะสมมาทำหน้าที่นี้แทนได้ โดยอาจจะทำงานร่วมกันผ่านระบบออนไลน์ และ จัดให้มีการประชุมเพื่อนำเสนอและวิเคราะห์ข้อมูลเดือนละกี่ครั้ง ขึ้นอยู่กับการตกลงกันตามความเหมาะสม

ส่วนอีกทางเลือกหนึ่งที่เริ่มเห็นมีการเคลื่อนไหวมากขึ้น นั่นคือ การ Outsource งานบัญชีทั้งแผนก ออกไปให้สำนักงานบัญชีที่มีศักยภาพที่สามารถรองรับการทำงานบนโปรแกรมบัญชีออนไลน์ได้ โดยจะต้องนำเสนอผลการดำเนินงานทุกเดือน ผ่านการประชุมแบบ VDO Conference

การใช้ Outsource งานบัญชีนั้น ถือเป็นทางเลือกที่เกิดจากวิกฤต COVID-19 ซึ่งทำให้หลายๆ ธุรกิจเริ่มตระหนักแล้วว่า การจ้างพนักงานประจำอาจไม่คล่องตัวมากนัก ดังนั้น การ Outsource จึงเป็น ทางออกของธุรกิจที่อาจจะไม่ต้องแบกภาระเรื่องคนอีกต่อไป

เห็นแล้วใช่ไหมว่า COVID-19 ได้ พลิกโฉมหน้าของการทำธุรกิจให้เปลี่ยนไปทุกด้านจริงๆ แม้แต่เรื่องภายในองค์กร อย่างการจัดการบัญชียังต้องเปลี่ยนไปด้วย นี่คือสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องเรียนรู้ และเข้าใจเพิ่มเติมว่านับจากนี้จะไม่มีอะไรที่เหมือนเดิมอีกต่อไป หากไม่เปลี่ยนตั้งแต่วันนี้ โอกาสที่จะไปต่อคงเหลือน้อยเต็มที

K SME Inspired #75 Page 76 - 81

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2563

WFH ให้สะดวกยิ่งขึ้นด้วย Dropbox กล่องเก็บแฟ้มเอกสารออนไลน์


WFH ให้สะดวกยิ่งขึ้นด้วย Dropbox กล่องเก็บแฟ้มเอกสารออนไลน์

จดหมายข่าวสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ 

ฉบับที่ 90 เดือนมิถุนายน 2563






WFH ให้สะดวกยิ่งขึ้นด้วย Dropbox กล่องเก็บแฟ้มเอกสารออนไลน์

ครั้งที่แล้ว เราได้มาแนะนำวิธี บริหารจัดการ การ WFH ให้มีประสิทธิภาพ โดยเน้นในเรื่องการบริหารจัดการและการสื่อสาร ระหว่างทีมงาน ลูกค้า และคู่ค้า ผ่านการประชุมออนไลน์และโปรแกรมการสื่อสารต่าง ๆ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นกับการ WFH คือ ทำอย่างไร? เราจะเข้าถึงแฟ้มเอกสารต่าง ๆ ของเราได้สะดวกระหว่าง WFH ครั้งนี้จึงขอแนะนำ โปรแกรมที่ชื่อว่า Dropbox ซึ่งทำหน้าที่เหมือน External Drive Online ของเรา ที่ช่วยให้เราสามารถเก็บไฟล์ทั้งในรูปแบบของเอกสารและรูปภาพ ไม่ต่างจากการที่เราเก็บไว้บนเครื่อง PC Desktop แต่คุณสมบัติที่วิเศษของมัน คือ เราสามารถเข้าถึงหรือเรียกใช้ เอกสารเหล่านั้นผ่านระบบอินเตอร์เน็ตจากที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ ผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เครื่อง PC, โทรศัพท์มือถือ, Tablet หรือผ่าน Browser ต่าง ๆ จึงช่วยให้เรา WFH ได้สะดวกยิ่งขึ้น
            เราจะเริ่มต้นด้วยการไป Download โปรแกรม Dropbox มาไว้บน Computer Desktop ของเราก่อนโดยไปที่ www.dropbox.com โดยทำตามขั้นตอนการติดตั้งและสร้าง User name และ Password ไว้ใช้ในการ Log in ครั้งต่อไป เมื่อติดตั้งเสร็จก็จะปรากฎ Folder Dropbox อยู่ใน My Documents วิธีใช้งานก็คือเราสามารถสร้างเอกสาร ในรูปแบบต่าง ๆ จากโปรแกรมที่มีให้ใน Dropbox เมื่อเรา คลิกที่ “Create New File” ก็จะปรากฎ โปรแกรมให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็น Word, Excel, Power Point ฯลฯ



เมื่อสร้างเอกสารเสร็จ เวลาที่เรา Save ให้ไป Save ไว้ที่ Folder Dropbox โดยเราสามารถสร้าง Folder ย่อยๆเพื่อแยกการจัดเก็บตามประเภทของงาน ไม่ต่างจากที่เราเคยเก็บไว้ใน Hard Drive ของเครื่อง PC แต่สำหรับ Dropbox จะเก็บแฟ้มเหล่านี้ไว้บน Cloud Server จึงทำให้เราสามารถ เข้าถึง สร้างหรือแก้ไข เอกสารผ่านระบบ อินเตอร์เน็ต จากที่ไหนเวลาใด ผ่านอุปกรณ์ใด ก็ได้ และเอกสารนั้นจะถูก Update โดยอัตโนมัติ ดังนั้นไม่ว่าจะเข้าถึงข้อมูล ผ่านอุปกรณ์ใด เอกสารนั้นจะเป็นปัจจุบัน เสมอ         
            สำหรับการติดตั้งบนโทรศัพท์มือถือหรือ Tablet ก็ให้ไปค้นหา Application Dropbox ใน App. Store แล้วติดตั้งเหมือน App. อื่น ๆ โดยทั่วไป



 เมื่อติดตั้งแล้วก็ Log in โดยใช้ User Name และ Password ที่สร้างไว้ ก็จะสามารถเข้าถึง Folder Dropbox ที่เราใช้เก็บเอกสารต่าง ๆ ไว้ แต่การใช้งานอาจจะไม่ได้ครบทุก Function เหมือนการใช้งานผ่าน Desktop จึงเหมาะกับการเรียกดูมากกว่าการแก้ไหรือเปลี่ยนแปลง หรือในบางกรณีที่สะดวกเข้าผ่าน Browser เราก็สามารถ เข้าไปที่ www.dropbox.com
            สำหรับการใช้งานผ่าน Desktop หรือ Browser เพื่อไม่ให้สับสนขอยกตัวอย่างการใช้งานแบบพื้นฐาน เท่าที่จำเป็น ตามรูปด้านล่างซึ่งจะเป็นเมนูที่จะปรากฎอยู่ด้านขวาของหน้าหลักตามรูปด้านล่างนี้


สำหรับเมนู Upload Files (1) และ Upload Folder (2) มีไว้สำหรับ Upload Files หรือ Folder ที่เราเก็บไว้ภายนอกมาใส่ไว้ใน Dropbox เช่น เมื่อเราเริ่มใช้งาน Dropbox เราสามารถโอน File หรือ Folder บนเครื่อง Desktop ของเราเข้ามาเก็บไว้ใน Dropbox ส่วนเมนู New Folder (3) มีไว้ในกรณีที่เราอยากสร้าง Folder ขึ้นมาใหม่และเมนู New Shared Folder สามารถสร้าง Folder ที่เราจะไว้แชร์ให้ผู้อื่นเข้ามาใช้ร่วมกับเรา โดยสามารถเลือกได้ว่าจะให้ดูได้อย่างเดียวหรือหรือแก้ไขได้ด้วย ซึ่งเราสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการสร้าง Folder แยกตามทีมงานให้เข้ามาทำงานร่วมกัน โดยเชิญไปทาง Email ของแต่ละรายที่อยากให้มาร่วมใช้ใน Folder ใด ๆ ที่กำหนด เมื่อเราคลิกที่ เมนู New Shared Folder ก็จะปรากฎตามภาพด้านล่าง


สำหรับเมนูที่มีให้เลือกใช้จาก App. Dropbox ในโทรศัพท์มือถือ จะเป็นตามภาพด้านล่าง


เมนู Take a photo (A) สามารถถ่ายรูปและเก็บไว้บน Dropbox ได้เลย เมนู Scan Document (B) ก็สามารถสแกนเอกสารและเก็บไว้ใน Dropbox ส่วนเมนู Upload Photos or Video (C) เป็นเมนูที่เราสามารถ Upload รูปหรือ Video จากโทรศัพท์มือถือของเราไปเก็บไว้ใน Dropbox โดยสามารถสร้างอัลบั้มเพื่อจัดประเภทของรูปภาพหรือ Video ได้ด้วย และขอข้ามไปที่ Add file from a computer (D) คือสามารถดึงเอกสารจากเครื่องคอมพิวเตอร์มาเก็บไว้บน Dropbox ผ่านโทรศัพท์มือถือได้เลยโดยทำตามขั้นตอนต่อ ๆ ไปจนเสร็จ
            คุณสมบัติที่ดีอีกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ผู้เขียนเลือกใช้ Dropbox มาหลายปีแล้วก่อนจะมี Covid-19 เสียอีก ก็คือการที่เขาจะทำการ Back Up ข้อมูลไว้ใน Cloud Server ให้โดยอัตโนมัติ ทำให้หมดความกังวลเรื่องความเสียหายของแฟ้มเอกสารเพราะก่อนหน้านี้เคยประสบปัญหาโดนไวรัสเล่นงานทำลายแฟ้มเอกสารต่างๆที่ทำไว้ สร้างความเสียหาย เสียงานเสียการไปพอสมควร
คำถามยอดฮิตที่เดาว่าท่านคงถามอยู่ในใจคือ ใช้ฟรีหรือไม่?


คำตอบคือฟรีระดับหนึ่ง โดยแนะนำให้ทดลองใช้ รุ่น Basic ซึ่งให้ใช้ฟรี ในการเก็บข้อมูลไม่เกิน 2 GB หากมีข้อมูลเกินกว่านั้นก็สามารถ Upgrade เป็นแบบ Plus ซึ่งให้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลถึง 2 TB (2,000 GB) ในราคาประมาณ 4,000 บาทต่อปี และมีรุ่นใหญ่กว่านั้น (Professional) หรือ รุ่น Business ที่สำหรับใช้งานร่วมกันในองค์กร ซึ่งท่านสามารถเข้าไปหารายละเอียดเพิ่มเติมใน www.dropbox.com
            หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้ท่าน WFH ได้อย่างสะดวกสบายและมีความสุขมากยิ่งขึ้น เราจะผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกันสวัสดีค่ะ


โดย.. นางสาวศิริรัฐ โชติเวชการ
กรรมการ ในคณะกรรมการวิชาชีพบัญชีด้านการวางระบบบัญชี

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

WORK FROM HOME อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ?


WORK FROM HOME อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ?
จดหมายข่าวสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ฉบับที่ 89 เดือนพฤษภาคม 2563





WORK FROM HOME อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ?
เราเคยคุุยกันก่อนหน้านี้แล้วว่าแนวโน้มของโลกนั้นคนรุ่นใหม่จะไม่นิยมทำงานแบบแปดโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น แต่จะนิยมการทำงานแบบเป็น Freelance ผ่านออนไลน์ ซึ่งเราก็คงมองว่ายังเป็นเรื่องไกลตัว แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ Covid-19 ที่รัฐบาลขอความร่วมมือให้องค์กรต่าง ๆ Work from Home (WFH) เพื่อความปลอดภัยของทุกคนและสังคม เราจึงจำเป็นต้องกลับมาทบทวนเรื่องนี้กัน เท่าที่ได้ยินมาวงการนักบัญชีและสำนักงานบัญชีดูจะปรับตัวกับ WFH ยากที่สุุด เพราะเรามีงานเอกสารมากมายและส่วนใหญ่ก็ยังไม่ได้ใช้ระบบบัญชี บน Cloud ผู้เขียนแอบเห็นเจ้าของสำนักงานบัญชีแห่งหนึ่ง Comment ใน Social ว่า เขากังวลว่าถ้าให้ทีมงาน WFH การทำงานจะไม่มีประสิทธิภาพเพราะอยู่ไกลสายตา บ้างก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะระบบบัญชียังไม่รองรับ อีกทั้งเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ลูกน้องขนเอกสารที่มีอยู่มากมายกลับไปทำที่บ้าน

พอดููแนวโน้มการแพร่ไม่หยุดของ Covid-19 ว่าจะต้องมีการ  WFH ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ของเรา ผู้เขียนก็เริ่มศึกษาข้อมูลจาก Best Practice ใน Google แล้วก็นำมาปรับใช้กับบรรยากาศการทำงานของกิจการ ซึ่งขอนำมาแบ่งปันกัน ในแง่มุมของการทำงานของสำนักงานบัญชี ซึ่งอาจจะนำไปใช้กับงานในแผนกบัญชีได้เช่นกัน ดังนี้

1. ก่่อนอื่นควรกำหนดให้ตรงกันก่อนว่าเราจะใช้ Program หรือ Application อะไรในเรื่องต่าง ๆ

ในการสื่อสารกันระหว่างทีมงานในช่วง WFH
ผู้เขียนเลือกใช้ Skype ที่ดูจะเป็นเชิงธุรกิจ ในการสื่อสารกับทีมงาน โดยตั้งกลุ่มขึ้นมาในการสื่อสาร ทั้งกลุ่มรวมทั้งบริษัท และกลุ่มแยกตามแผนก หากเราไม่สะดวกอาจจะเลือกใช้ LINE ที่ส่วนใหญ่คุ้นชินก็ทำได้
ในการประชุุมกับทีมงานและลููกค้า
สำหรีบการประชุมแบบ VDO conference นั้น Program ที่ลูกค้านิยมใช้ คือ Zoom เราจึงกำหนดการประชุมทีมงานให้ใช้ Zoom เช่นกัน เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้การใช้งาน Program Zoom นั้นสามารถใช้ฟรีแต่ต้องใช้เวลาประชุมไม่เกิน 40 นาที และ จำนวนผู้เข้าประชุมไม่เกิน 100 คนต่อครั้ง ซึ่งก็เกินพอและนับว่าเป็นการดีที่บีบให้มีการประชุมที่กระชับมากขึ้น ข้อดีของ Zoom คือเราสามารถ Present งานระหว่าง การประชุุมได้ด้วย และเห็นหน้ากับทุกคน และตอบโต้กันได้เลย ส่วนLINEก็ใช้VDO ConferenceและPresentได้แต่จะเห็นหน้ากันแบบชัดๆได้สูงสุด 6 คนเท่านั้น
ในการทำบัญชี
เราคงต้องเริ่มที่จะเลือกดู Program บัญชีแบบ Cloud ที่จะรองรับการทำงานจากที่ไหนก็ได้ แต่แค่ Program คงไม่พอ เราจะต้องปรับเปลี่ยนระบบการทำงานให้สามารถรองรับการ WFH ด้วย
สำหรับผู้เขียนนั้น มีการใช้ QuickBooks Online ทำงานร่วมกับลูกค้าอยู่แล้ว ซึ่ง Program สามารถรองรับการ Scan เอกสารแนบไว้กับการลงบัญชี ซื้อ ขาย รับ จ่าย แต่ละรายการ ที่ผ่านมาจึงได้กำหนดให้ลูกค้าเป็นผู้ Scan เอกสารแนบไว้ให้เราไว้เลยในแต่ละเดือน แล้วจึงส่งเอกสารตัวจริงมาให้เช็คความถูกต้องและใช้ในการจัดทำภาษี  และเราโชคดีที่มีการปิดบัญชีเดือนต่อเดือน เมื่อเจอการที่จะต้องปิดบัญชีปี ในช่วง Covid-19 เราจึงทำงานได้แบบสบาย ๆ ไม่เครียดเหมือนเพื่อน ๆ สำนักงานบัญชีหลายรายที่ยังตามใจลูกค้าให้ส่งเอกสารแบบมาเรื่อย ๆ จนต้องระดมปิดปีละครั้ง ซึ่งในยามปกติก็ทำได้แต่ถ้าต้อง WFH  นั้นเป็นไปไม่ได้เลย หากมีเคอร์ฟิว 24 ชม. จริง ๆ คงต้องให้ลูกน้องนอนพักที่สำนักงานแทนกันเลย
2.การสื่อสารกับลููกค้าและคู่ค้า
สิ่งที่สำคัญในช่วง WFH คือ ลูกค้า-คู่ค้ายังต้องติดต่อเราได้เหมือนเดิม เราจึงต้องกำหนดหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่จะให้ลูกค้าติดต่อมาและผู้รับผิดชอบที่จะคอยรับสายและรายงานเข้ามาในห้องรวมใน Skype เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องติดต่อกลับ และต้องแจ้งผ่านทุกช่องทางที่มี
 (Email, Website, Line Official, FB Fanpage) ว่าช่วง WFH ลูกค้าจะสามารถติดต่อเราด้วยช่องทางใดได้บ้าง ระหว่าง WFH นั้นการประชุมกับลูกค้าคือยังทำได้ตามปกติผ่าน Program Zoom นั้นเอง

3.การบริหารงานและทีมงาน
กำหนดเป้าหมายและวัดผลงานที่ผลสำเร็จของงาน
การ WFH นั้นเราต้องปรับเปลี่ยนความคิดของเราจากการที่ต้องเห็นพนักงานตัวเป็น ๆ มานั่งทำงานให้เราเห็นให้ครบ 8 ชม. มาเป็นการตั้งเป้าหมายการทำงานที่เหมาะสม กำหนดวันที่ต้องทำงานเสร็จแล้ววัดกันที่ผลสำเร็จของงานแทน
ระหว่าง WFH นั้นเราควรกำหนดให้พนักงานเข้ามารายงานตัวใน Skype ทุกเช้า เพื่อให้ทุกคนยังรู้สึกว่ายังอยู่ในบรรยากาศการทำงานและทุกเย็นให้สรุปเป็นรายงานส่งมาว่าวันนี้ได้ทำอะไรบ้าง

จัดให้มีการประชุม VDO Conference ระหว่างทีมงานเป็นครั้งคราว เพื่อติดตามผลงานและเพื่อให้มีบรรยากาศของการทำงานร่วมกันซึ่งควรกำหนดรูปแบบของบรรยากาศโดยรอบและการแต่่งกายให้เหมาะสม ระหว่างประชุุม
กำชับทีมงานให้มีการตอบกลับภายใน 15-30 นาที หากได้รับการติดต่อจาก ทีมงาน ลูกค้าหรือ คู่ค้า
เปิดโอกาสให้ทีมงานมีการพูดคุยตามปกติหรือมีกิจกรรมผ่อนคลายทายปัญหา หรือเล่นเกมส์ผ่านห้องSkype เสมือนหนึ่งที่เขาได้คุยกันในช่วงพักเบรคหรือทานข้าวกลางวันเพื่อไม่ให้แต่ละคนรู้สึกโดดเดี่ยว 
หวังว่าข้อมูลดังกล่าวจะมีประโยชน์บ้าง แต่สำหรับผู้เขียนยังมองเห็นว่าต้องนำไปขบคิดต่อเพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้นอีกหลายเรื่อง เรื่องที่สำคัญคือการจัดทำภาษีแบบ WFH คงต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานทั้งของเรา ของลูกค้า และอาจจะต้องนำเสนอต่อกรมสรรพากร ให้มีการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ให้สามารถมีการทำงาน WFH ที่ราบรื่นกันทุกฝ่ายได้มากขึ้น

ผลที่ได้ในทางอ้อมแต่เป็นประโยชน์มากคือวิกฤตครั้งนี้ ทำให้เราได้เรียนรู้ ว่าบนความไม่แน่นอนต่าง ๆ เราควรจะเริ่มปรับตัวจากการจ้างพนักงานประจำเป็นการจ้างแบบ Freelance ให้มากขึ้นเพื่อที่เราจะไม่ต้องเครียดกับการแบกภาระเรื่องคน หากพบวิกฤตอีกในครั้งต่อไป ส่วนพนักงานของเราก็ได้เริ่มเรียนรู้การ WFH และวันหนึ่งถ้าเขาสนใจ เราอาจจะเปิดโอกาสให้สามารถเปลี่ยนจากพนักงานประจำไปแบบมีอิสระด้วยการทำงานแบบ Freelance เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน สวัสดีค่ะ
         
โดย นางสาวศิริรัฐ โชติเวชการ
กรรมการ ในคณะกรรมการวิชาชีพบัญชีด้านการวางระบบบัญชี

Newsletter • Issue 89 Page 9-10

ติดตามบทความอื่นๆได้ที่ https://www.thaiaccounting.com/article

www.thaiaccounting.com
Network Advisory Team Ltd. (NAT)
Due to Covid-19 Social distance policy, we are working from home but our services still remain, please contact us according to the info below:
เพื่อให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการระงับการแพร่กระจายของ Covid-19 ทีมงานของเราจึงทำงานจากที่บ้านแต่ท่านสามารถติดต่อหรือประสานงานได้ ตามข้อมูลการติดต่อด้านล่าง
QuickBooks software : Tel. Chusana (PUI) 081 732 4733 Thitinan (KAT) 092 659 7772 Panupong (MO) 083 077 4694
Accounting & tax services : Tel. 081 820 2039
Email : info@thaiaccounting.com
Line : @natthaiac