หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ cloud accounting แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ cloud accounting แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2563

ชี้! ทางออก "บัญชี-การเงิน" ฝ่าวิกฤต COVID-19 วารสาร K SME Inspired ฉบับที่72 ประจำเดือน เมษายน 2563

วารสาร K SME Inspired ฉบับที่72 ประจำเดือน เมษายน 2563

ชี้! ทางออก "บัญชี-การเงิน" ฝ่าวิกฤต COVID-19

โดยศิริรัฐ โชติเวชการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Network Advisory Team Ltd.












ชี้! ทางออก "บัญชี-การเงิน" ฝ่าวิกฤต COVID-19


ถึงตอนนี้กล้าพูดได้ว่า วิกฤต COVID-19 ที่เกิดขึ้นนั้น ได้ส่งผลกระทบไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ตาม สร้างความตระหนกและวิตก กังวลให้กับทุกคนอย่างถ้วนหน้า แต่ก่อนอื่นอยากให้ผู้ประกอบการทุกคน “ตั้งสติ” ให้ดี แล้วค่อยๆ คิดวางแผนว่าจะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร

สำรวจตัวเลขสถานะการเงิน และค่าใช้จ่าย
สิ่งแรกที่ผู้ประกอบการต้องทำทันที นั่นคือ ของบการเงินชุดล่าสุดจากฝ่ายบัญชี เพื่อดูว่าในภาวะที่รายได้ลดน้อย จนถึงไม่มีเลยนั้น ผู้ประกอบการจะต้องทำอะไรบ้าง?

1.ลดรายจ่าย
ในเวลาแบบนี้คงไม่มีอะไรดีไปกว่า การประหยัดในทุกๆ เรื่อง สำรวจดูว่ามีรายจ่ายอะไรที่สามารถตัดออกได้ในยามนี้ เช่น เคยเช่าเครื่องถ่ายเอกสาร แผนกละเครื่อง ตอนที่มีงานมากๆ ในภาวะที่งานน้อยลงและต้อง Work from Home นี้ ควรจะลดการเช่าลงเหลือเท่าที่จำเป็น เป็นต้น
2.จัดทำประมาณการ งบประมาณรายได้-รายจ่ายใหม่
ภายใต้สมมุติฐาน 2 แบบคือ เมื่อรายได้ลด 50% และเมื่อไม่มีรายได้เข้ามาเลย เพื่อเริ่มควบคุมการใช้จ่ายอย่างเข้มข้น
3.ปรับระบบบัญชีให้เป็นระบบออนไลน์
ในภาวะวิกฤตที่ทุกองค์กรต้องมีการ Work from Home น่าจะเป็นเวลาที่ดีที่ทุกคนจะมาปฏิวัติระบบบัญชีที่ใช้อยู่ให้เป็นระบบออนไลน์ เพื่อรองรับวิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้นอีกได้ในอนาคต เพราะการทำบัญชีแบบออนไลน์จะทำให้ผู้ประกอบการได้งบการเงินแบบ Real Time ที่จะสามารถนำมาตัดสินใจได้อย่างทันการณ์ เมื่อเกิดภาวะวิกฤตต่างๆ แบบนี้ และถ้ามองในมุมบวก การเกิดวิกฤต COVID-19 ในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นตัวกระตุ้นให้ทุกคน เข้าสู่โลกออนไลน์เร็วกว่าที่คิด
ใช้ประโยชน์จากความช่วยเหลือของภาครัฐ
ขั้นต่อมา เมื่อตรวจเช็กสุขภาพธุรกิจของตนเองแล้ว อย่าลืมมองหาความช่วยเหลือจากส่วนงานต่างๆ ทั้งของภาครัฐและเอกชน ซึ่งในภาวะเช่นนี้ผู้ประกอบการไม่มีทางโดดเดี่ยวอย่างแน่นอน จะเห็นได้ว่าเวลานี้ เริ่มมีมาตรการต่างๆที่ออกมาช่วยเหลือธุรกิจ ลองสำรวจดูว่าจะใช้ประโยชน์จากมาตรการใดได้บ้าง โดยจะยกตัวอย่างที่เด่นๆ มาอัปเดต ให้ผู้ประกอบการได้รู้กัน
มาตรการ ช่วยผ่อนคลายการเงิน
สถาบันการเงินปล่อยกู้ 2 ปี ในอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 2% (Update : 20 มี.ค.63)
มาตรการพักเงินต้น ลดดอกเบี้ย หรือยืดอายุชำระหนี้
มาตรการยืดหยุ่นในการอนุมัติ วงเงินสินเชื่อ
สินเชื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ รายย่อย ดอกเบี้ย 3% สำหรับ 2 ปีแรก ระยะเวลากู้ไม่เกิน 5 ปี (Update : 24 มี.ค.63)
มาตรการลดค่าน้ำ ค่าไฟ คืนเงินมัดจำ ค่ามิเตอร์ไฟฟ้า (Update : 17 มี.ค.63)
มาตรการทางภาษี
ปรับลดภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย การจ้างทำของ จาก 3% เป็น 1.5% หรือ 2% ขึ้นอยู่กับระยะเวลา
**กรณีถ้าเป็นธุรกิจบริการก็จะได้ประโยชน์คือ ถูกหักภาษีน้อยลง ทำให้มีเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น
คืน VAT ให้กับผู้ประกอบการส่งออกที่ดีให้เร็วขึ้น โดยหากยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตจะคืนให้ภายใน 15 วัน แต่ถ้ายื่นแบบกระดาษจะคืนให้ภายใน 45 วัน
เฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และทำบัญชีชุดเดียว สามารถนำดอกเบี้ยที่จ่ายระหว่าง วันที่ 1 เม.ย.-31 ธ.ค.63 ไปหักเป็น รายจ่ายได้ 1.5 เท่า
และเพื่อสนับสนุนให้มีการรักษาลูกจ้างไว้ สามารถนำค่าจ้างในส่วนของลูกจ้างที่มีค่าจ้าง<=15,000- ในช่วง วันที่ 1 เม.ย.-31 ก.ค.63 ไปหักเป็นรายจ่ายได้ 3 เท่า
โดยจำนวนลูกจ้าง ในช่วงดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่า เดือน ธ.ค.62
มาตรการนี้ดูเหมือนเป็นเสือกระดาษ มีเพียงตัวเลขทางบัญชีภาษี แต่ถ้ามองโลกในแง่บวก ในภาวะแบบนี้ที่ผลประกอบการน่าจะออกมาเป็นลบการหักค่าใช้จ่ายได้หลายเท่าก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคต เพราะสามารถนำผลขาดทุนไปหักกำไรในอนาคตได้ภายใน 5 รอบบัญชี   
(Update : 11 มี.ค.63)
มาตรการทางภาษี (ต่อ)
เลื่อนเวลาการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล และเงินได้บุคคลธรรมดา
เลื่อนเวลาการยื่นแบบแสดงรายการนำส่ง และชำระภาษีทุกประเภทที่กรมสรรพากรจัดเก็บ (พิจารณาเป็นรายกรณี)
ขยายเวลาการชำระภาษีให้แก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมสินค้าน้ำมัน และผลิตภัณฑ์ น้ำมัน
มาตรการทางภาษีอากรและค่าธรรมเนียม เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ (Update : 24 มี.ค.63)
มาตรการจากประกันสังคม
ส่วนที่ช่วยบรรเทาภาระการเงิน ของกิจการ
ลดอัตราเงินสมทบ เหลือ 4% เป็นเวลา 6 เดือน (มี.ค.-ส.ค.63)
ขยายเวลาส่งเงินสมทบ ช่วง มี.ค.-พ.ค.63 ออกไปอีก 3 เดือน
ส่วนที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของลูกจ้างหรือพนักงาน
เพิ่มสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตน
**กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย ซึ่งกรณีไม่ได้ทำงานจะได้รับเงิน 50% ของค่าจ้างเป็นเวลาไม่เกิน 180 วัน หรือ
**กรณีหยุดกิจการชั่วคราวจะได้รับ เงิน 50% ของค่าจ้างเป็นเวลาไม่เกิน 60 วัน (Update : 22 มี.ค.63)
เงินสนับสนุนช่วยเหลือแรงงานลูกจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม
รายละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน (เม.ย.-มิ.ย.63) (Update : 24 มี.ค.63)
สุดท้ายนี้ อยากจะย้ำเตือนว่าในภาวะนี้สิ่งที่สำคัญคือ “อย่าเครียด” เพราะเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะกับเรา แต่เกิดกับธุรกิจทั่วโลก การตั้งสติอยู่กับปัจจุบันสำคัญกว่าสิ่งใด เพื่อให้เกิดปัญญาในการแก้ปัญหาอย่างตรงเป้า ขอให้ทุกท่านโชคดี เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

K SME Inspired #72 Page 67 - 73

วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2563

Cloud Accounting ได้เวลาทำบัญชีออนไลน์

Cloud Accounting ได้เวลาทำบัญชีออนไลน์


วารสาร K SME Inspired ฉบับที่71 ประจำเดือน มีนาคม 2563


โดยศิริรัฐ โชติเวชการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Network Advisory Team Ltd.

Cloud Accounting ได้เวลาทำบัญชีออนไลน์

ในยุคของ Digital Economy เขาบอกว่า ผู้ที่จะอยู่รอดจาก Disruption ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่รวยหรือ
ฉลาดที่สุด แต่ต้องเป็นผู้ที่รู้จักปรับตัวให้เร็วที่สุด จึงเกิดวลีที่ว่า ให้ Disrupt ตัวเองก่อนที่จะถูก Disrupt
นั่นหมายถึงให้รีบปรับตัวก่อนที่จะถูกปรับออกจากโลกธุรกิจ

ในการที่จะปรับธุรกิจให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกนั้น สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งในการจัดการธุรกิจคือ การจัดการด้านบัญชี ท่านทราบหรือไม่ว่า เวลานี้ใครๆเขาไปทำบัญชีบนเมฆกันหมดแล้ว การทำบัญชีบนเมฆนั้น หมายถึง Cloud Accountingหรือการทำบัญชีด้วยระบบออนไลน์

เหตุผลที่ธุรกิจต่างๆ หันมาใช้ระบบบัญชีออนไลน์ เพราะการที่ระบบบัญชีอยู่บนออนไลน์ หรือ Cloud Platform ทำให้ผู้ใช้งานจากฝ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนักบัญชี ฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาด และผู้บริหาร
สามารถบันทึกและเข้าถึงข้อมูลในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบได้จากทุกที่ ทุกเวลา ผ่านหลากหลายอุปกรณ์ซึ่งสะดวกมากสำหรับการทำธุรกิจในยุคโลกาภิวัตน์ที่เราทำการค้าขายได้ทั่วโลก ซึ่งต้องมีการเดินทาง บ่อยๆ หรือในกรณีที่มีผู้ถือหุ้นในต่างประเทศก็จะสะดวกหรือดูทันสมัยที่จะให้เขาเข้าถึงข้อมูลของ กิจการผ่านทางออนไลน์

นอกจากนั้น การที่ทุกฝ่ายบันทึกและใช้ข้อมูลบนฐานข้อมูลเดียวกัน จะยิ่งทำให้การแสดงผลทำได้รวดเร็ว ทันใจ อีกทั้งยังไม่ต้องลงทุนค่าใช้จ่ายก้อนโตในการซื้อโปรแกรมบัญชีเหมือนระบบ Desktop แต่สามารถจ่ายค่าบริการเป็นรายเดือน ซึ่งจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่ตามขอบเขตของบริการที่เลือกใช้ นอกจากนี้ ผู้พัฒนาระบบบัญชีออนไลน์แถวหน้ามักจะแถมแอปพลิเคชันที่จะทำให้ท่านสามารถบันทึกและเข้าถึงข้อมูลทางบัญชีได้ผ่านโทรศัพท์มือถือไม่ว่าจะเป็นระบบ iOS หรือ Android ซึ่งรองรับ
ไลฟ์สไตล์ของผู้คนยุคนี้ที่โทรศัพท์มือถือเป็นปัจจัยที่สำคัญของชีวิตไปแล้ว

เหตุผลที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือเนื่องจากมีแนวโน้มของโลกว่า คนรุ่นใหม่อย่าง Gen Y, Gen Z จะไม่นิยมทำงานประจำที่ต้องเข้างานตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น แต่เขาจะเลือกที่หางานแบบ Work
From Home ที่ให้อิสระและความยืดหยุ่นเรื่องเวลา จึงทำให้ผู้พัฒนา Cloud Accounting มุ่งที่จะพัฒนาไปในทิศทางที่ต้องพึ่งพาการบันทึกบัญชีด้วยคนให้น้อยลง โดยหานวัตกรรมใหม่ๆในการเชื่อม
ข้อมูล (Sync)จากระบบต่างๆ มาสู่ระบบบัญชีโดยอัตโนมัติทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องแบบ Real Time
เพราะการเชื่อมข้อมูลจะลดความเสี่ยงจากการบันทึกที่ผิดพลาด

ดังนั้น จึงเป็นความลงตัวที่เทคโนโลยีทำให้เราลดการพึ่งพานักบัญชีลง แต่ยังคงต้องการนักบัญชีที่มีประสบการณ์มาตรวจงานก่อนปิดบัญชีและให้คำปรึกษาในการเอาตัวเลขทางบัญชีมาใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจ ซึ่งงานเหล่านี้ก็สามารถหานักบัญชีที่มีประสบการณ์แต่ไม่อยากทำงานเต็มวันมาทำงานออนไลน์จากที่ไหนก็ได้แบบ Freelance ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการประหยัดงบประมาณด้านเงินเดือนและสวัสดิการไปได้มาก แต่ถ้าเราไม่รีบปรับตัวเข้าสู่ระบบบัญชีออนไลน์ตั้งแต่วันนี้ แน่นอนว่า ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานด้านบัญชีที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ขอยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า ระบบบัญชีออนไลน์จะช่วยลดภาระในการบันทึกข้อมูลได้อย่างไร


ทุกวันนี้จะมีแอปพลิเคชันหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น POS, Payroll,Inventory ฯลฯ ที่พัฒนาให้เกิดการเชื่อมข้อมูลไปยังระบบบัญชี โดยไม่ต้องมีการบันทึกซ้ำซ้อนอีก และยังมีแอปพลิเคชันที่ใช้เทคโนโลยี OCR ในการแปลงภาพให้เป็นข้อมูล โดยสามารถแปลงข้อมูลจากอินวอยซ์การซื้อสินค้าและบริการของท่านไม่ว่าจะส่งมาทาง e-mail หรือสแกนมาในรูปของ PDF หรือมาในรูปแบบของ
ภาพถ่าย ให้เป็นข้อมูลที่พร้อมสำหรับเชื่อมโยงเข้าไปในโปรแกรมบัญชีโดยไม่ต้องมีการบันทึกซ้ำอีก ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดทั้งเวลาและเงินในกระเป๋าแล้วยังจะช่วยให้การทำบัญชีเป็นไปอย่างถูกต้องและรวดเร็ว สามารถได้ตัวเลขแบบ Real Time มาใช้ในการตัดสินใจอย่างทันการณ์มากขึ้น

สุดท้ายนี้ไม่ต้องบอกก็เดาได้ว่า ท่านยังมีความกังวลว่า การทำบัญชีออนไลน์จะให้ความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลบัญชี ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญและเป็นความลับของกิจการได้อย่างไร คำตอบคือ
ผู้พัฒนา Cloud Accounting นั้นตระหนักดีว่า ข้อมูลทางบัญชีของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หากปล่อยให้เกิดปัญหาก็เหมือนทุบหม้อข้าวตัวเอง ระบบบัญชีบน Cloud Based จะถูก Back up โดยอัตโนมัติ และผู้ให้บริการจะจัดเก็บไว้หลายแห่งอย่างปลอดภัยบน Cloud Based Server จึงหมดปัญหาที่เดิมเก็บบน Hard Disk ที่อาจจะมีความเสี่ยงต่อข้อมูลหากเกิดไฟไหม้ หรือเกิดภัยธรรมชาติต่างๆ ดังนั้นข้อมูลบนเมฆปลอดภัยกว่าการเก็บบน Desktop แบบปัจจุบันเสียอีก

เมื่อเห็นประโยชน์มากมายของระบบบัญชีออนไลน์แล้ว อย่ารอช้าที่จะเริ่มศึกษา และรีบนำมาใช้ในกิจการของท่าน เพราะตัวเองก็เคยถามผู้ใหญ่ที่เคารพท่านหนึ่งที่เป็นเจ้าของกิจการที่มีชื่อเสียงหลายแห่งว่าทำไมถึงเปลี่ยนจากโปรแกรมบัญชีบน Desktop มาใช้ Cloud Accounting?

คำตอบของท่านคมมากและให้ข้อคิดที่ดีทีเดียว จึงขออนุญาตนำมาฝากผู้อ่านทุกท่าน ท่านตอบมาว่า

“การทำบัญชีออนไลน์ ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดของธุรกิจ ใครๆ เขาก็ไปอยู่บนเมฆกันหมดแล้ว ถ้าเราพลาดรถไฟขบวนนี้ อย่าได้หวังว่าจะไปนอนรอขบวนหน้า เพราะอาจจะต้องนอนแบบไม่ตื่นแทน”