หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ OCR แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ OCR แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2563

Cloud Accounting ได้เวลาทำบัญชีออนไลน์

Cloud Accounting ได้เวลาทำบัญชีออนไลน์


วารสาร K SME Inspired ฉบับที่71 ประจำเดือน มีนาคม 2563


โดยศิริรัฐ โชติเวชการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Network Advisory Team Ltd.

Cloud Accounting ได้เวลาทำบัญชีออนไลน์

ในยุคของ Digital Economy เขาบอกว่า ผู้ที่จะอยู่รอดจาก Disruption ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่รวยหรือ
ฉลาดที่สุด แต่ต้องเป็นผู้ที่รู้จักปรับตัวให้เร็วที่สุด จึงเกิดวลีที่ว่า ให้ Disrupt ตัวเองก่อนที่จะถูก Disrupt
นั่นหมายถึงให้รีบปรับตัวก่อนที่จะถูกปรับออกจากโลกธุรกิจ

ในการที่จะปรับธุรกิจให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกนั้น สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งในการจัดการธุรกิจคือ การจัดการด้านบัญชี ท่านทราบหรือไม่ว่า เวลานี้ใครๆเขาไปทำบัญชีบนเมฆกันหมดแล้ว การทำบัญชีบนเมฆนั้น หมายถึง Cloud Accountingหรือการทำบัญชีด้วยระบบออนไลน์

เหตุผลที่ธุรกิจต่างๆ หันมาใช้ระบบบัญชีออนไลน์ เพราะการที่ระบบบัญชีอยู่บนออนไลน์ หรือ Cloud Platform ทำให้ผู้ใช้งานจากฝ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนักบัญชี ฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาด และผู้บริหาร
สามารถบันทึกและเข้าถึงข้อมูลในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบได้จากทุกที่ ทุกเวลา ผ่านหลากหลายอุปกรณ์ซึ่งสะดวกมากสำหรับการทำธุรกิจในยุคโลกาภิวัตน์ที่เราทำการค้าขายได้ทั่วโลก ซึ่งต้องมีการเดินทาง บ่อยๆ หรือในกรณีที่มีผู้ถือหุ้นในต่างประเทศก็จะสะดวกหรือดูทันสมัยที่จะให้เขาเข้าถึงข้อมูลของ กิจการผ่านทางออนไลน์

นอกจากนั้น การที่ทุกฝ่ายบันทึกและใช้ข้อมูลบนฐานข้อมูลเดียวกัน จะยิ่งทำให้การแสดงผลทำได้รวดเร็ว ทันใจ อีกทั้งยังไม่ต้องลงทุนค่าใช้จ่ายก้อนโตในการซื้อโปรแกรมบัญชีเหมือนระบบ Desktop แต่สามารถจ่ายค่าบริการเป็นรายเดือน ซึ่งจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่ตามขอบเขตของบริการที่เลือกใช้ นอกจากนี้ ผู้พัฒนาระบบบัญชีออนไลน์แถวหน้ามักจะแถมแอปพลิเคชันที่จะทำให้ท่านสามารถบันทึกและเข้าถึงข้อมูลทางบัญชีได้ผ่านโทรศัพท์มือถือไม่ว่าจะเป็นระบบ iOS หรือ Android ซึ่งรองรับ
ไลฟ์สไตล์ของผู้คนยุคนี้ที่โทรศัพท์มือถือเป็นปัจจัยที่สำคัญของชีวิตไปแล้ว

เหตุผลที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือเนื่องจากมีแนวโน้มของโลกว่า คนรุ่นใหม่อย่าง Gen Y, Gen Z จะไม่นิยมทำงานประจำที่ต้องเข้างานตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น แต่เขาจะเลือกที่หางานแบบ Work
From Home ที่ให้อิสระและความยืดหยุ่นเรื่องเวลา จึงทำให้ผู้พัฒนา Cloud Accounting มุ่งที่จะพัฒนาไปในทิศทางที่ต้องพึ่งพาการบันทึกบัญชีด้วยคนให้น้อยลง โดยหานวัตกรรมใหม่ๆในการเชื่อม
ข้อมูล (Sync)จากระบบต่างๆ มาสู่ระบบบัญชีโดยอัตโนมัติทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องแบบ Real Time
เพราะการเชื่อมข้อมูลจะลดความเสี่ยงจากการบันทึกที่ผิดพลาด

ดังนั้น จึงเป็นความลงตัวที่เทคโนโลยีทำให้เราลดการพึ่งพานักบัญชีลง แต่ยังคงต้องการนักบัญชีที่มีประสบการณ์มาตรวจงานก่อนปิดบัญชีและให้คำปรึกษาในการเอาตัวเลขทางบัญชีมาใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจ ซึ่งงานเหล่านี้ก็สามารถหานักบัญชีที่มีประสบการณ์แต่ไม่อยากทำงานเต็มวันมาทำงานออนไลน์จากที่ไหนก็ได้แบบ Freelance ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการประหยัดงบประมาณด้านเงินเดือนและสวัสดิการไปได้มาก แต่ถ้าเราไม่รีบปรับตัวเข้าสู่ระบบบัญชีออนไลน์ตั้งแต่วันนี้ แน่นอนว่า ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานด้านบัญชีที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ขอยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า ระบบบัญชีออนไลน์จะช่วยลดภาระในการบันทึกข้อมูลได้อย่างไร


ทุกวันนี้จะมีแอปพลิเคชันหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น POS, Payroll,Inventory ฯลฯ ที่พัฒนาให้เกิดการเชื่อมข้อมูลไปยังระบบบัญชี โดยไม่ต้องมีการบันทึกซ้ำซ้อนอีก และยังมีแอปพลิเคชันที่ใช้เทคโนโลยี OCR ในการแปลงภาพให้เป็นข้อมูล โดยสามารถแปลงข้อมูลจากอินวอยซ์การซื้อสินค้าและบริการของท่านไม่ว่าจะส่งมาทาง e-mail หรือสแกนมาในรูปของ PDF หรือมาในรูปแบบของ
ภาพถ่าย ให้เป็นข้อมูลที่พร้อมสำหรับเชื่อมโยงเข้าไปในโปรแกรมบัญชีโดยไม่ต้องมีการบันทึกซ้ำอีก ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดทั้งเวลาและเงินในกระเป๋าแล้วยังจะช่วยให้การทำบัญชีเป็นไปอย่างถูกต้องและรวดเร็ว สามารถได้ตัวเลขแบบ Real Time มาใช้ในการตัดสินใจอย่างทันการณ์มากขึ้น

สุดท้ายนี้ไม่ต้องบอกก็เดาได้ว่า ท่านยังมีความกังวลว่า การทำบัญชีออนไลน์จะให้ความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลบัญชี ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญและเป็นความลับของกิจการได้อย่างไร คำตอบคือ
ผู้พัฒนา Cloud Accounting นั้นตระหนักดีว่า ข้อมูลทางบัญชีของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หากปล่อยให้เกิดปัญหาก็เหมือนทุบหม้อข้าวตัวเอง ระบบบัญชีบน Cloud Based จะถูก Back up โดยอัตโนมัติ และผู้ให้บริการจะจัดเก็บไว้หลายแห่งอย่างปลอดภัยบน Cloud Based Server จึงหมดปัญหาที่เดิมเก็บบน Hard Disk ที่อาจจะมีความเสี่ยงต่อข้อมูลหากเกิดไฟไหม้ หรือเกิดภัยธรรมชาติต่างๆ ดังนั้นข้อมูลบนเมฆปลอดภัยกว่าการเก็บบน Desktop แบบปัจจุบันเสียอีก

เมื่อเห็นประโยชน์มากมายของระบบบัญชีออนไลน์แล้ว อย่ารอช้าที่จะเริ่มศึกษา และรีบนำมาใช้ในกิจการของท่าน เพราะตัวเองก็เคยถามผู้ใหญ่ที่เคารพท่านหนึ่งที่เป็นเจ้าของกิจการที่มีชื่อเสียงหลายแห่งว่าทำไมถึงเปลี่ยนจากโปรแกรมบัญชีบน Desktop มาใช้ Cloud Accounting?

คำตอบของท่านคมมากและให้ข้อคิดที่ดีทีเดียว จึงขออนุญาตนำมาฝากผู้อ่านทุกท่าน ท่านตอบมาว่า

“การทำบัญชีออนไลน์ ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดของธุรกิจ ใครๆ เขาก็ไปอยู่บนเมฆกันหมดแล้ว ถ้าเราพลาดรถไฟขบวนนี้ อย่าได้หวังว่าจะไปนอนรอขบวนหน้า เพราะอาจจะต้องนอนแบบไม่ตื่นแทน”




วันพุธที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2561

การใช้ประโยชน์จาก OCR ในวงการบัญชี


บทความ การใช้ประโยชน์จาก OCR ในวงการบัญชี 
โดย.. นางสาวศิริรัฐ โชติเวชการ กรรมการในคณะกรรมการวิชาชีพบัญชี ด้านการวางระบบบัญชี
กรรมการผู้จัดการบริษัท Network Advisory Team Ltd. (NAT)
ลงใน จดหมายข่าวสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ฉบับที่ 69 เดือนกันยายน 2561




การใช้ประโยชน์จาก OCR ในวงการบัญชี
 

1.แปลงเอกสารให้เป็นข้อมูล

2.การเชื่อมต่อข้อมูลสู่โปรแกรมบัญชี
 

OCR คืออะไร?

มาดูคําอธิบาย OCR โดย Wikipedia :

​
“การรู้จําอักขระด้วยแสง (อังกฤษ : Optical Character Recognition) หรือมักเรียกอย่างย่อว่า โอซีอาร์ (อังกฤษ : OCR) คือกระบวนการทางกลไกหรือทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแปลภาพของข้อความจากการเขียนหรือจากการพิมพ์ไปเป็นข้อความที่สามารถแก้ไขได้โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ การจับภาพอาจทําโดยเครื่องสแกนเนอร์กล้องดิจิทัล”
เราคงจํากันได้ว่า ในยุคหนึ่งเมื่อเราอยากได้ตัวอย่างเอกสารสําคัญ เช่น รูปแบบสัญญา หรือแบบฟอร์มเอกสารต่าง ๆ เราเคยดีใจที่สามารถให้เพื่อนสแกนเป็นรูปภาพและส่ง Email มาให้เราดูเป็นตัวอย่างได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าเราอยากนํามาใช้งานเราก็ต้องมานั่งพิมพ์ใหม่อีกครั้ง แต่ด้วยเทคโนโลยี OCR ชีวิตเรายิ่งง่ายขึ้น เพราะ OCR คือ เทคโนโลยีที่สามารถแปลงภาพที่ไม่ว่าจะได้จากการสแกน หรือถ่ายภาพ ให้เป็นข้อมูลในรูปแบบของไฟล์ Word หรือ Excel ได้เลย โดยไม่ต้องมานั่งพิมพ์ใหม่ให้เสียเวลา และสามารถแก้ไขข้อความได้
OCR ถูกนํามาใช้งานในสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ราวปี ค.ศ. 1950 เป็นต้นมา โดยภาครัฐนั้นนํามาใช้ในกิจการไปรษณีย์ ส่วนภาคเอกชนที่บุกเบิกในการใช้ประโยชน์จาก OCR คือ The Reader's Digest สื่อสิ่งพิมพ์ยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ เช่นกัน
ส่วนในปัจจุบันที่เราพอจะคุ้นเคยกัน คือ การใช้โปรแกรม Adobe Acrobat and Google Drive ในการแปลงภาพหรือไฟล์ ที่สแกน ให้เป็นรูปแบบของไฟล์ Word หรือ Excel ได้เลย

การใช้ OCR ในวงการการเงินและบัญชี
​
เริ่มจากปี ค.ศ. 1966 IBM ได้เริ่มนํา OCR มาใช้กับเครื่องรูดบัตรเครดิต จนกระทั่งถึงปัจจุบันในวงการบัญชีได้มีการพัฒนา OCR ในรูปแบบของโปรแกรม เพื่อแปลงรูปภาพ แล้วเลือกเฉพาะข้อมูลที่ต้องการนําไปเก็บไว้ เพื่อให้โปรแกรมบัญชีมาเชื่อมต่อและนําข้อมูลไปบันทึกบัญชีได้เลย โดยไม่ต้องบันทึกซ้ำ Application ที่เป็นที่นิยม และสามารถเชื่อมต่อกับโปรแกรมบัญชีได้หลากหลาย ซึ่งมีอยู่หลายตัว ได้แก่ Hubdoc, Receipt Bank และ Expensify เป็นต้น
ยิ่งไปกว่านั้น โปรแกรมบัญชีชั้นนําอย่าง QuickBooks, Xero, Sage & etc. ถึงกับประกาศว่าจะมุ่งพัฒนาที่จะนํา OCR มาใช้เพื่อให้การบันทึกบัญชีเป็นไปโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องอาศัยนักบัญชีอีกต่อไป
​
เหตุผลที่ในวงการบัญชีหันมาสนใจ ในการนํา OCR มาใช้ ก็เพราะ..
01 ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
เพราะการใช้ OCR ในการบันทึกบัญชี ช่วยประหยัดเวลาถึง 75% จากเดิมที่ใช้นักบัญชีในการบันทึกบัญชี
02 ลดความผิดพลาดในการบันทึกบัญชี
เพราะการบันทึกด้วย OCR มีความถูกต้อง แม่นยํากว่าการทํางานของมนุษย์
03 ช่วยรักษาสภาพแวดล้อมของโลก
เพราะข้อมูลจะถูกบันทึกไว้ใน Cloud server และเรียกดูได้ โดยไม่ต้องเปลืองกระดาษในการพิมพ์ สามารถทํานายได้ว่า ในอนาคตเราจะได้เห็น สํานักงานไร้กระดาษ ในแผนกบัญชีของบริษัทต่าง ๆ อย่างแน่นอน
04 ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของพนักงานบัญชี
เพราะการบันทึกบัญชีที่มีปริมาณมากแบบเดิม สร้างความเครียดในการทํางานอย่างมาก เมื่อนํา OCR มาใช้ พนักงานบัญชีสามารถใช้เวลาที่
เหลือไปทํางานที่สําคัญกว่านั้น เช่น การวิเคราะห์ตัวเลขทางบัญชีหรือช่วยวางแผนด้านการเงิน เป็นต้น

การทํางานของ Application เหล่านี้ก็คือตัวหลักจะเป็น Cloud Based และจะมีตัวแถม คือ Application ที่สามารถติดตั้งบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะอํานวยความสะดวกมาก ในเวลาเราไปซื้อสินค้าเราสามารถถ่ายภาพใบเสร็จเก็บไว้แล้ว App.นั้นจะอ่านและเลือกเฉพาะข้อมูลสําคัญทางบัญชีไปเก็บไว้ในไฟล์ เพื่อรอเชื่อมต่อกับโปรแกรมบัญชี เพื่อให้นักบัญชีนําไปตรวจสอบ ก่อนจะบันทึกบัญชีด้วยการคลิกเพียง ครั้งเดียว
​
อยากทราบแล้วใช่มั้ยว่า โปรแกรมเหล่านี้ทํางานยังไง ?
ขั้นตอนการทํางานจะเป็นดังนี้
1. การแปลงเอกสารให้เป็นข้อมูล
เมื่อสมัครเป็นลูกค้าแล้ว เราสามารถส่งเอกสาร ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จ Invoice ฯลฯ เข้าสู่โปรแกรม ซึ่งมีหลายวิธี ในการส่งเอกสาร คือ
1.1 Mobile phone : ถ่ายรูป Invoice หรือเอกสารทางบัญชีใด ๆ จาก App. ที่ติดตั้งไว้ในโทรศัพท์มือถือ
1.2 Email : เมื่อสมัครเป็นลูกค้าจะได้รับ Email ที่สามารถใช้ส่งเอกสารที่ต้องการ เข้าสู่ Server ของโปรแกรมทาง Email เพื่อแปลงและแยกข้อมูลทางบัญชี ที่ต้องการไปเก็บไว้
1.3 Scan : สแกนเอกสาร ทางบัญชีแล้ว upload ไปยังโปรแกรมนั้นเอกสาร ที่มาจากแหล่ง 1 - 3 จะถูกแปลงเป็นข้อมูลเพื่อรอการนําไปบันทึกบัญชี
​
โดยขอยกตัวอย่างจากวิธีที่ 1.1 เพื่อความเข้าใจ
จากภาพถ่ายของใบเสร็จ ในข้อ 1.1 โปรแกรมจะใช้ OCRในการแปลงภาพ และแยกเป็นข้อมูลที่สําคัญในการบันทึกบัญชี ออกมาเป็นส่วน ๆ เช่น ชื่อผู้ขาย วันที่ วิธีการจ่ายเงิน และจํานวนเงิน เป็นต้น เพื่อรอไว้เชื่อมต่อไปบันทึกข้อมูลในโปรแกรมบัญชีโดยอัตโนมัติ ข้อมูลที่ได้จากวิธีอื่น ๆ ก็จะถูกแปลง เป็นข้อมูลที่พร้อมต่อการบันทึกบัญชีตามแนวทางเดียวกัน

2. การเชื่อมต่อข้อมูลสู่โปรแกรมบัญชี
ตามที่ได้เคยกล่าวไว้ในฉบับก่อนว่าประโยชน์ของ Cloud Based Accounting คือการเปิดกว้างให้ Application ต่าง ๆ มาเชื่อมต่อ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลมาบันทึกบัญชี เมื่อเราเข้าไปใช้งานโปรแกรมบัญชีที่สามารถเชื่อมต่อกับ OCR โปรแกรมได้ เราจะสามารถดึงข้อมูลที่ OCR ได้เก็บไว้ให้มาลงบัญชี โดยไม่ต้องบันทึกบัญชีอีก เช่น เลขที่เอกสาร ชื่อคู่ค้า ชื่อและรหัสสินค้า จํานวนเงิน จํานวนภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นต้น จะเห็นได้ว่าช่วยประหยัดเวลาการบันทึกบัญชีได้มาก และสําหรับรายการที่เกิดขึ้นประจํา เราสามารถกําหนดไว้ล่วงหน้าว่าจะลงรหัสบัญชีอะไร เช่น กําหนดว่า ถ้าชื่อคู่ค้าคือ การไฟฟ้า เราจะให้บันทึกเป็นค่าไฟ โดยอัตโนมัติ ดังนั้น นักบัญชีเพียงแต่ตรวจข้อมูลเหล่านั้นกับภาพถ่ายของเอกสาร เช่น Invoice ที่จะส่งมาด้วยกันกับข้อมูลอีกครั้ง หากถูกต้อง ก็เพียงแต่กด Enter เพียงครั้งเดียว ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกบันทึกในระบบบัญชีทันที

จะเห็นได้ว่า OCR ช่วยให้พัฒนาการของการจัดทําบัญชี เปลี่ยนจากการที่ต้องบันทึกข้อมูลในปริมาณมาก ๆ โดยนักบัญชีไปสู่ยุคของการที่ข้อมูลทางบัญชีไหลจากแหล่งหนึ่งไปอีกแหล่งหนึ่ง ในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และมีการบันทึกบัญชีโดยอัตโนมัติหรืออาศัยการบันทึกข้อมูลที่ใช้เวลาน้อยกว่าเดิม เพียงหนึ่งสัมผัสของปลายนิ้ว (One click) เท่านั้น

จากการที่ผู้เขียนได้เล่าถึงการนํา Cloud Based Accounting Software, Mobile Accounting, Al และ OCR มาใช้ในวงการบัญชี ทราบว่ามีหลายท่านโทรเข้ามาสอบถาม ที่สภาวิชาชีพบัญชีว่า เทคโนโลยีเหล่านี้เกิดขึ้นแล้วจริงหรือ ขอตอบว่า จริงแท้แน่นอนค่ะ และสภาวิชาชีพบัญชี โดย คณะกรรมการวิชาชีพบัญชีด้านการวางระบบบัญชีมีแผนการจัดสัมมนา เพื่อนําเสนอให้ท่านเห็นกับตาเลยว่า เทคโนโลยีเหล่านี้เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ ค่ะ ถ้าอยากให้สัมมนานี้เกิดขึ้น ฝากช่วยกันแจ้งความจํานงมาที่สภาวิชาชีพบัญชีด้วยนะคะ ถ้ามีจํานวนมากพอเราน่าจะจัดให้ได้ค่ะ ขอบคุณและสวัสดีค่ะ
​

โดย..นางสาวศิริรัฐ โชติเวชการ กรรมการในคณะกรรมการวิชาชีพบัญชี

ด้านการวางระบบบัญชี


Newsletter • Issue 69 Page 15-17

วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2561

พัฒนาการของระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ที่น่าจับตามอง


บทความ พัฒนาการของระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ที่น่าจับตามอง
โดย.. นางสาวศิริรัฐ โชติเวชการ กรรมการวิชาชีพบัญชีด้านการวางระบบบัญชี
กรรมการผู้จัดการบริษัท Network Advisory Team Ltd. (NAT)
ลงใน จดหมายข่าวสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ฉบับที่ 65 เดือนพฤษภาคม 2561


พัฒนาการของระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ที่น่าจับตามอง
โลกแห่งเทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและเกิดผลกระทบกับทุกภาคส่วน เราเคยได้ยินและเริ่มเห็นกันแล้วว่า
การพัฒนาของเทคโนโลยี อาจจะก่อให้เกิดคลื่นสึนามิที่กวาดผู้คนในอาชีพต่าง ๆ ให้ตกงาน เราเริ่มเห็นห้างสรรพ
สินค้าในประเทศไทยให้เครื่องสแกนเนอร์มาเก็บเงินแทนแคชเชียร์ หรือร้านอาหารชื่อดังทดลองใช้หุ่นยนต์มา
เสริฟแทนคน แม้กระทั่งโรงงานที่ไร้คนงาน เพราะใช้การทำงานโดยอัตโนมัติของเครื่องจักรตั้งแต่ขั้นแรกของ
กระบวนการผลิต จนถึงบรรจุเป็นหีบห่อขึ้นรถ ในวงการบัญชีมีหรือจะน้อยหน้าใคร ทิศทางการพัฒนาของระบบ
บัญชีคอมพิวเตอร์กำลังก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง มาดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

1.Cloud based Accounting Software
การพัฒนาของโปรแกรมบัญชีกําลังเปลี่ยนจาก Desktop เป็นระบบ Cloud หรือที่ในบ้านเราเรียกว่าโปรแกรมบัญชีออนไลน์
เพราะช่วยให้ผู้ใช้งานจากฝ่ายต่าง ๆ นักบัญชีและผู้บริหารสามารถบันทึกและ เข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่ผ่านหลากหลาย
อุปกรณ์ ซึ่งการที่ทุกฝ่ายใช้ข้อมูลบนฐานข้อมูลเดียวกันจึงทําให้การแสดงผลทําได้รวดเร็ว ทันใจซ้ำยังไม่ต้องลงทุนค่าใช้
จ่ายก้อนโตในการซื้อเหมือนระบบ Desktop แต่สามารถจ่ายค่าบริการเป็นรายเดือนซึ่งถูกแพงตามขอบเขตของบริการที่เลือก
ใช้

2.Mobile Accounting
ในเมื่อทุกวันนี้ผู้คนต่างสะดวกและชํานาญการใช้ Application ต่าง ๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือ จึงไม่มีข้อยกเว้น สําหรับงานบัญชี
ที่ Cloud Based Accounting Software ได้อํานวยความสะดวกในการพัฒนา Mobile Application ให้สามารถทํางานที่เกี่ยว
กับการออกอินวอยซ์จ่ายเงิน-รับ ชําระหนี้ ฯลฯ ผ่านโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ตหรือแม้กระทั่ง นาฬิกาอัจฉริยะ แล้วข้อมูลเหล่า
นั้นก็เชื่อมโยงผ่านระบบ Cloud ไปประมวลผลในระบบบัญชีของธุรกิจ

3.Artificial Intelligence (AI)
ขณะนี้ทิศทางการพัฒนาของโปรแกรมบัญชี ระดับสากลเช่น QuickBooks, Xero, Sage และซอฟท์แวร์อื่น ๆ ต่างก็มุ่งไปใน
ทางที่จะนํา AI มาช่วยในการลงรหัสบัญชี บันทึกบัญชีและทําการกระทบยอดรายการ ธนาคาร หรือแม้กระทั้งจัดทําแบบฟอร์ม
ภาษีโดยอัตโนมัติ เพื่อความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในการทํางานมากขึ้น

4.Optical Character Recognition (OCR)
ในวงการซอฟท์แวร์บัญชีเริ่มนําเทคโนโลยี OCR มาใช้ โดยมีหลาย ๆ Application เช่น Hubdoc Receipt Bank,
Entryless ฯลฯ ที่ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพหรือสแกน ใบเสร็จค่าใช้จ่าย แล้ว App. เหล่านี้จะสามารถแปลงข้อมูลไปบันทึกเป็น
รายการค่าใช้จ่าย ลงรหัสบัญชีและเชื่อมโยงกับ Cloud Based Accounting Software ต่าง ๆ เพื่อเข้าไป ลงบัญชีให้โดย
อัตโนมัติ

สภาวิชาชีพบัญชีมีวัตถุประสงค์ให้นักบัญชีตระหนักและเตรียมตั้งรับกับการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านบัญชี ที่อาจ
จะมีผลกระทบกับการทํางานในอนาคต และวางแผนในการปรับตัวเพื่อพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส มิฉะนั้น อาชีพ นัก
บัญชีจะหายไปในอีก 20 ปีข้างหน้า จริงหรือไม่จริง ก็อยู่ที่การก้าวไปในโลก Digital ให้เท่าทัน ซึ่งนักบัญชีอย่าง
เราๆ ท่าน ๆ ทั้งหลายต้องติดตามกันอย่างตาไม่กระพริบ

โปรดติดตามตอนต่อไป
โดย นางสาวศิริรัฐ โชติเวชการ กรรมการวิชาชีพบัญชีด้านการวางระบบบัญชี

Newsletter • Issue 65 Page 24-25