หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

NAT training QuickBooks accounting software at Phuket Rajabhat University NAT จัดอบรมการใช้โปรแกรมบัญชีควิกบุค ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

NAT training QuickBooks accounting software at Phuket Rajabhat University


Network Advisory Team Ltd. (NAT) Phuket training QuickBooks accounting software in the "Young&Smart Accountants" Project by Department of Business Development, Ministry of Commerce On 10 July, 2019  At Phuket Rajabhat University

NAT จัดอบรมการใช้โปรแกรมบัญชีควิกบุค QuickBooks Accounting Software


NAT สาขาภูเก็ต จัดอบรมการใช้โปรแกรมบัญชีควิกบุค QuickBooks Accounting Software ในโครงการYoung&Smart Accountant ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)  วันพุธที่ 10 กรกฎาคม 2562 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต





วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

Big Data Analytics

Big Data Analytics


จดหมายข่าวสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ฉบับที่ 77 เดือนพฤษภาคม 2562

+


Big Data Analytics
​
เราคงจํากันได้ว่าท่านอธิบดีกรมสรรพากรคนปัจจุบันได้ให้สัมภาษณ์สื่อไว้ว่า “ในปี 2563 จะใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการวิเคราะห์การจัดเก็บภาษี จากข้อมูล Big Data” เรื่องของ Al เราเคยเขียนกันไปแล้วว่ามันคืออะไรและเกี่ยวกับวงการบัญชีอย่างไร วันนี้เลยจะมาแนะนําให้รู้จักกับ การวิเคราะห์การจัดเก็บข้อมูลจาก Big Data หรือ Big Data Analytics ซึ่งจะเป็นคําที่ไม่คุ้นเคยกับนักบัญชีเลย เพราะเรามักอ่านผ่าน ๆ จากแหล่งข่าวต่าง ๆ ว่ากิจการโน้นนี้นั้น จะวางแผนจะใช้ Big Data กับการตลาดและการขาย แต่อันที่จริง Big Data ได้ถูก นําไปใช้ในทุกวงการเรียบร้อยแล้ว สําหรับวงการบัญชี อาจจะเป็นระยะต้น ๆ แต่จะเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ เราจึงควรจะมาทําความรู้จักกันเสียแต่เนิ่น ๆ
​
Big Data คืออะไร
​
Big Data คือข้อมูลขนาดใหญ่ (Volume) ที่มีและมาจากหลากหลายแหล่งและรูปแบบ เช่น ข้อมูลเป็น ข้อความ ภาพ เสียง วิดีโอหรืออื่น ๆ (Variety) มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและ ต้องใช้ความรวดเร็วในการประมวลผล ลองนึกถึงในแต่ละวินาที ข้อมูลเฉพาะใน Social Media ต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน (Velocity) และมีความไม่ชัดเจน เพราะยังเป็นข้อมูลดิบ จํานวนมากมายอยู่ การจะนําข้อมูล Big Data มาใช้ประโยชน์ได้ จึงต้องนํามาผ่านกระบวนการวิเคราะห์ (Big Data Analytics)
การทําโครงการ Big Data คือ การใช้ประโยชน์จากข้อมูลให้ได้มากที่สุด มิใช่เพียง การเก็บข้อมูลเอาไว้เฉย ๆ เท่านั้น การเริ่มทําโครงการที่ดีที่สุด คือ การเริ่มจากการระบุปัญหา เพื่อนําปัญหานั้นไปเป็นตัวตั้งต้นสําหรับการสร้าง Solution หรือ ทางออกต่อไป แต่หากไม่สามารถระบุปัญหาได้ การทําโครงการทั้ง ๆ ที่ยังไม่เห็นปัญหา อาจจะเป็นการเพิ่มภาระงาน หรืออาจจะเป็นการสร้างปัญหาเพิ่มเติมก็อาจจะเป็นได้ (Cr. www.Coraline.co.th)

ในวงการบัญชี ได้มีการนํา Big data Analytics มาใช้งาน ดังต่อไปนี้

1. การตรวจสอบภาษี
เราลองนึกภาพแบบง่าย ๆ ว่าถ้าเจ้าหน้าที่สรรพากร สนใจ ว่านาย ก. มีการเสียภาษี ถูกต้อง ครบถ้วนหรือไม่ ถ้าเป็นในยุคก่อน อย่างเก่งก็ต้องเอาข้อมูลการยืนภาษี มาเปรียบเทียบกับข้อมูลที่นาย ก. ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้
แต่กรณีที่ท่านอธิบดีบอกว่าจะตรวจภาษีด้วย Big Data Analytics นั้นหมายถึง แค่ จนท. ค้นหา ชื่อของ นาย ก. ข้อมูล ที่วิเคราะห์จาก Big Data จะดึงข้อมูลของ นาย ก. ที่ปรากฏในทุกแหล่งของประเทศไทย มาให้หมดเลยว่านาย ก. มีแหล่งรายได้จากที่ใดบ้าง มีทรัพย์สินอะไรบ้าง มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างไร เช่น ในแต่ละปีไปเที่ยวประเทศต่างประเทศที่ไหนกี่ครั้ง มีรถกี่คัน มีบ้านกี่หลัง เวลาเข้าภัตตาคารแต่ละมื้อเฉลี่ยกี่บาท ฯลฯ แล้วเอาข้อมูลเหล่านี้มาเปรียบเทียบกับการเสียภาษีว่าเหมาะสมหรือไม่ คราวนี้ท่านคงไม่อยากนึกต่อว่ากรณีนิติบุคคล การวิเคราะห์ของ Big Data จะน่าหวาดเสียวกว่านี้ขนาดไหน
ดังนั้น หน่วยงาน ตรวจจับภาษีในประเทศที่เจริญแล้วได้ใช้ประโยชน์จาก Big Data Analytics มาใช้งานในหลาย ๆ ด้าน เช่น ตรวจหาความผิดปกติของผู้เสียภาษี คํานวณประมาณการที่จะจัดเก็บภาษีได้จากพื้นที่ต่าง ๆ ขยายฐานภาษี ไปยังแหล่งใหม่ ๆ รวมไปถึง ความร่วมมือในการแลกเปลี่ยน ข้อมูลเงินได้ของผู้เสียภาษีกับประเทศต่างๆทั่วโลก

2. บัญชีบริหาร
เนื่องจากกระบวนการของ Big Data ต้องการบุคคลากรจาก 3 ฝ่าย 1. Data Engineer 2. Data Scientist และ 3. Data Analyst ดังนั้น ในเชิงบัญชี นักบัญชีสามารถอยู่ในกระบวนการนี้ ด้วยการเป็น Data Analyst โดยการใช้ Big Data Analytics ในเชิงบัญชีบริหาร สํานักงานบัญชีหรือนักบัญชีภายใน ไม่เพียงแต่จะสามารถช่วยวิเคราะห์ในเชิงลึก แต่ยังสามารถรวบรวมข้อมูลในวงกว้างจากอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อนํามาเป็น Benchmark วางแผนเชิงกลยุทธ์ได้อีกด้วย

3. การสอบบัญชี
ในวงการสอบบัญชีนั้น ระดับ Big 4 ได้มีการนํามาใช้แล้ว ว่ากันว่าด้วยความสามารถของ Big Data Analytics จะเปลี่ยนโฉมการสอบบัญชี จากวิธี Sampling Audit เป็น 100% Audit และจะสามารถช่วยวิเคราะห์เจาะลึก ถึงปัญหาและความเสี่ยงด้านต่างของลูกค้า แต่ละรายโดยไม่ต้องง้อผู้เชี่ยวชาญ
​
4. สํานักงานบัญชี
ในอนาคตอันใกล้นี้ เนื่องจากงานพื้นฐานเดิม ๆ ของสํานักงานบัญชีจะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ และต้องเปลี่ยนบทบาทมาเป็นที่ปรึกษา และบริการหนึ่งที่มาแรงของสํานักงานบัญชีในต่างประเทศคือ Data Analytics แต่จะต้องเสริมทัพด้วยการว่าจ้าง Data Engineer และ Data Sciencetist ในการรวบรวมวางระบบการวิเคราะห์และประเมินผลการวิเคราะห์ เพื่อให้นักบัญชีสามารถนําผลของมันมาใช้ในการวางแผนวางกลยุทธ์ธุรกิจต่อไป
​
อย่างไรก็ตาม การจะใช้ประโยชน์จาก Big Data Analytics นั้น ต้องมีเงินลงทุนมหาศาล ขณะนี้จึงนิยมใช้ในองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น สําหรับองค์กรขนาดย่อมคงต้องรอให้เทคโนโลยี่มีราคาถูกลงก่อน จึงจะได้จับต้องกัน อย่างไรก็ตาม รู้ไว้ใช่ว่า เผื่อใครพูดถึง Big Data เราจะได้ร่วมวงเสวนาได้ว่าในวิชาชีพเราก็มีใช้เหมือนกัน

โดย นางสาวศิริรัฐ โซติเวชการ กรรมการวิชาชีพบัญชีด้านการวางระบบบัญชี

Newsletter • Issue 77 Page 10-11

วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2562

สรุปมาตรการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการจัดทำบัญชีให้สอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของกิจการ

สรุปมาตรการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการจัดทำบัญชีให้สอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของกิจการที่มา กรมสรรพากร http://www.rd.go.th/publish/fileadmin/download/sme270362.pdf






คุณกำลังมองหาบริการทางด้านบัญชีระดับมืออาชีพในภูเก็ต กรุงเทพ ประเทศไทย ?

NAT ภูเก็ต กรุงเทพ ให้คำปรึกษาและบริการทางบัญชีครบวงจร ภาษีอากรและธุรกิจ จำหน่าย อบรม วางระบบโปรแกรมบัญชี QuickBooks ควิกบุค สำหรับSMEs 

เราให้บริการทางด้านบัญชีแบบครบวงจร ตอบสนองความต้องการของคุณ เรารับจัดทำบัญชี ดูแลงานบัญชี สอบบัญชี วางแผนภาษี ทำงบการเงินและรายงานทางการเงินตามความต้องการของผู้บริหารขององค์กรด้วยบริการจากผู้เชี่ยวชาญของเรา ทำให้คุณสามารถวางใจให้เราเป็นผู้ดูแลงานบัญชีเหล่านี้แทนคุณ
ติดต่อ NAT www.thaiaccounting.com
info@thaiaccounting.com
Line ID : @natthaiac
Bangkok Tel (66) 2 513 7151
Phuket Tel (66) 76 375 699




วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2562

ปิดงบบัญชี’61 อย่างไร ให้ปลอดภัยจากการมาเยือนของสรรพากร?

ปิดงบบัญชี’61 อย่างไร ให้ปลอดภัยจากการมาเยือนของสรรพากร?

วารสาร K SME Inspired ฉบับ มีนาคม  2562

โดย ศิริรัฐ โชติเวชการ










ปิดงบบัญชี’61 อย่างไร ให้ปลอดภัยจากการมาเยือนของสรรพากร?

โดย ศิริรัฐ โชติเวชการ

​

เชื่อว่าตอนนี้ นิติบุคคลส่วนใหญ่กำลังง่วนกับการปิดงบบัญชี ปี พ.ศ.2561 เพื่อยื่นภาษีให้ทันภายในปลายเดือนพฤษภาคม 2562

​

หลายท่านคงเคยอ่านข่าวเกี่ยวกับนโยบายของท่านอธิบดีกรมสรรพากร เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ที่ตั้งเป้าว่า

ในปี พ.ศ.2561 จะทำระบบวิเคราะห์ข้อมูล

        พ.ศ.2562 จะเชื่อมระบบข้อมูลต่างๆ เข้าด้วยกัน

        พ.ศ.2563 การเก็บภาษีของกรมสรรพากรจะเป็น ระบบ AI เต็มตัว ระบบจะสามารถรู้ได้ เลยว่าผู้เสียภาษีคนไหนยังเสียภาษีไม่ครบ โดยไม่ต้องใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่

ดังนั้น การปิดงบปี พ.ศ.2561 จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ที่บรรดานิติบุคคลจะต้องตรวจตราให้ดีก่อนที่จะอนุมัติงบการเงินจากตัวเลขที่นักบัญชีหรือสำนักงานบัญชีปิดงบมาให้ เพราะการใช้ AI ในการตรวจเช็กความผิดปกติของงบการเงินได้เริ่มขึ้นแล้ว

​

โดยกรมสรรพากรเองก็ได้ออกมาเตือนว่า กรมสรรพากรได้มีการใช้ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ พูดง่ายๆ คือ ระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ ในการวิเคราะห์ข้อมูลของผู้เสียภาษีที่เป็นนิติบุคคล และถ้าเจ้า AI ตรวจเจอว่า งบการเงินของกิจการใดมีประเด็นความเสี่ยง ก็จะมีคำสั่งจากส่วนกลางไปยังสรรพากรเขตที่กิจการนั้นตั้งอยู่ ให้ทำการตรวจสอบ ประเด็นต่างๆ ที่เจอและสรรพากรเขตก็มีหน้าที่ตรวจและรายงานผลภายในเวลาที่กำหนด โดยไม่ได้มีสิทธิที่จะเลือกเองว่าจะตรวจหรือไม่ตรวจรายใด ดังที่เคยเป็นในระบบเดิม

​

สำหรับประเด็นยอดฮิตที่เขาตั้งเกณฑ์ไว้ให้เจ้า AI คอยตรวจจับมี 8 ประเด็น ที่ต้องให้ความสำคัญ และถ้าปิดงบครั้งนี้ท่านยังปล่อยให้งบของท่านติดเกณฑ์ ความเสี่ยงเหล่านี้ ก็ให้เตรียมตัวรับบัตรเชิญจากกรมสรรพากรไว้ได้เลย

1.ขาดทุนขั้นต้น

ในการทำมาค้าขายนั้น ถ้าเรามีตัวเลขขาดทุนขั้นต้นคือ เมื่อเอายอดขายหักด้วยต้นทุนขายแล้วติดลบนั้น ถือเป็นความผิดปกติอย่างไม่น่าให้อภัย หากเจ้า AI พบว่ากิจการของท่าน มีสภาวะขาดทุนขั้นต้น เป็นที่แน่นอนว่าจะต้องถูกเรียกตรวจสอบเพื่อเจาะลึกไปถึงความถูกต้องของยอดขาย ต้นทุนขาย ต้นทุนการผลิต และการคํานวณมูลค่าสินค้าคงเหลือ

ยกตัวอย่าง ยอดขายไม่ถูกต้อง เพราะท่านอาจจะตั้งราคาขายต่ำกว่า ราคาตลาด เป็นต้น

2.ขาดทุนสะสมมากกว่าทุนชำระ

การที่งบการเงินใดมีขาดทุนสะสมมากกว่าทุนนั้น แสดงว่าการประกอบกิจการโดยมีผลขาดทุนมาโดยตลอด และสะสมมาจนเกินกว่าเงินลงทุน เป็นอีกกรณีหนึ่งที่น่าสงสัยอย่างยิ่งว่า น่าจะแสดงรายได้ไว้ไม่ครบถ้วนถูกต้อง ท่านจะต้องถูกตรวจเชิงลึกทั้งด้านรายได้ ต้นทุนการ ผลิต ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ํ เพื่อพิสูจน์ความครบถ้วนถูกต้อง

3.สินค้าคงเหลือมากผิดปกติเมื่อเทียบกับรายได้

ท่านจะเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอาจแสดงยอดขายไม่ครบถ้วน และถูกตรวจสอบความครบถ้วนของการบันทึกรายรับ รวมไปถึงการตรวจนับสินค้าคงเหลือเพื่อพิสูจน์ความถูกต้อง และความมีอยู่จริงของรายการสินค้าคงเหลือปลายงวดด้วย เพราะอาจมีการขายที่ไม่แสดงไว้และกำหนดสินค้าคงเหลือขึ้นมาโดยไม่มีสินค้าจริง

4.ยอดขายตาม ภ.พ.30 ต่างกับยอดรายรับในงบการเงิน

ประเด็นความเสี่ยงข้อนี้มาจากสมมุติฐานที่ว่าถ้าเป็นกิจการทั่วไปที่ขายสินค้าในประเทศอย่างเดียว ยอดขายที่ต้องเสียภาษีตามแบบ ภ.พ.30 กับยอดรายได้ตามแบบ ภ.ง.ด.50 ควรจะเท่ากัน แต่ในความเป็นจริงการที่ยอดขาย ตาม ภ.พ.30 ต่างกับยอดรายรับในงบการเงินอาจจะเกิดขึ้น โดยผู้เสียภาษีไม่ได้ทำผิดอะไร

ยกตัวอย่าง เช่น ในธุรกิจบริการซึ่งรับรู้ VAT เมื่อได้รับชำระเงิน ย่อมจะมีผลต่างตรงนี้เกิดขึ้น แต่เมื่อกรมสรรพากรได้ตั้งประเด็นนี้ให้เจ้า AI ตรวจจับ ผลที่เกิดขึ้น คือ มีกิจการถูกเรียกตรวจมากมาย จนเป็นภาระแก่เจ้าหน้าที่และยังเป็นภาระแก่ผู้ประกอบการที่ต้องมาเสียเวลากระทบยอดขายยืนยันตัวเลขเพื่อปกป้องตัวเอง อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนขอแนะนำให้กิจการนิติบุคคลที่มีผลต่างดังกล่าวเตรียมกระทบยอดไว้เลย เพราะถ้าเงื่อนไขนี้ยังอยู่ ท่านต้องโดนเรียกตรวจสอบแน่นอน

5.มีเงินให้กู้ยืมแต่ไม่มีดอกเบี้ยรับ

หมายถึงในงบดุลแสดงรายการลูกหนี้เงินให้กู้ยืมแต่ไม่ปรากฏรายการดอกเบี้ยรับในงบกําไรขาดทุน จะถูกประเมินดอกเบี้ยรับและเสียภาษีธุรกิจเฉพาะจากดอกเบี้ยรับนั้น ยิ่ง ไปกว่านั้นหากพบว่าไม่มีการโอนเงินให้แก่ผู้กู้จริงอาจถูกมองว่าเป็นการสร้างรายการทางบัญชีจากเงินสดที่ได้จากการขาย แต่ไม่บันทึกเป็นรายได้

6.มีค่าใช้จ่ายด้านที่ปรึกษา นายหน้า ฯลฯ สูงผิดปกติ

เป็นที่รู้กันว่าเมื่อปิดงบการเงินออกมาแล้ว พบว่ากิจการมีกำไรมาก ผู้ประกอบการมักจะนิยม เพิ่มค่าใช้จ่าย ด้วยการตั้งค้างจ่ายค่านายหน้า ค่าที่ปรึกษา ฯลฯ เพื่อให้กำไรลดลง แต่กรมสรรพากรก็รู้เท่าทันเกมเหล่านี้ของผู้ประกอบการเช่นกัน จึงสั่งเจ้า AI ให้คอยตรวจจับประเด็นนี้ด้วย ดังนั้น ก่อนปิดงบให้ตรวจสอบว่าท่านมี รายการดังกล่าวที่พิสูจน์ได้ว่าใช้บริการจริง ในราคาที่สมเหตุผลหรือไม่

7.มียอดรายได้จากการโดนหักภาษี ณ ที่จ่าย มากกว่ารายได้ในงบฯ

รายได้บางตัวที่เราอาจจะเผลอโดยตั้งใจ หรือไม่ก็ตาม ไม่นำมาลงบัญชีขาย แต่ปรากฏว่า รายการนั้นถูกลูกค้าหักภาษี ณ ที่จ่ายและไปรายงานต่อกรมสรรพากรไว้ว่าเป็นรายได้ของเรา ทำให้เจ้า AI ตรวจเจอและถือว่าเรามีความเสี่ยงที่จะลงบัญชีรายได้ไว้ไม่ครบถ้วน

8.ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายข้ามรอบบัญชี/ทำรายจ่ายเท็จ

ข้อนี้มักจะมาจากผลพวงของข้อ 6 คือ มีการตั้งค่าใช้จ่ายค้างจ่าย ค่านายหน้าหรือค่าที่ปรึกษาไว้ในงวดก่อนๆ แต่ไม่มีการจ่ายออกไปจริง ภายในรอบบัญชีถัดไป กรม สรรพากรก็จะสันนิษฐานว่าท่านทำรายการเท็จ และจะถูกบวกกลับทำให้กำไรเพิ่มขึ้นและเสียภาษีย้อนหลังให้เขาไปตามระเบียบ

 

ดังนั้น ก่อนปิดงบการเงินประจำปี พ.ศ.2561 ที่จะต้องยื่นแบบภายในปลาย เดือนพฤษภาคม 2562 ก่อนจะจรดปากกาเซ็นอนุมัติงบฯ ควรตรวจทานให้แน่ใจเสียก่อนว่างบการเงินของท่านไม่มีประเด็นความเสี่ยงเหล่านี้

​
​
K SME Inspired #59 Page 63 -69

สามารถอ่านบทความอื่น คุณศิริรัฐ โชติเวชการ ได้ที่ https://www.thaiaccounting.com/article