หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาษีอากร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาษีอากร แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2563

Contact Network Advisory Team Ltd. (NAT)

Bangkok Phuket Thailand QuickBooks accounting software accounting bookkeeping tax payroll business services 

NAT Thailand QuickBooks accounting software authorized reseller from IntuitNAT Thai accounting firms in Bangkok, Phuket Thailand that provides QuickBooks services, outsourced accounting services, taxation services, bookkeeping services, QuickBooks Online Bookkeeping Services, QuickBooks Online

Cloud Accounting Services, auditing services, payroll processing, Tax training and business services with Thai Accounting Standards by accounting professionals team in English to foreign and Thai SME’s.


Dear NAT clients,

Regarding the COVID-19 virus, during the next 2 weeks, our team may work remotely from
time to time in order to prepare for the 100% work from home in the near future, therefore
if you cannot contact us by office Tel no., please kindly try the following ways:

ภายใต้ สถานการณ์ Covid-19 เพื่อเป็นการซ้อมที่จะ work from home 100 % ในอนาคต
ทีมงานของเรา อาจจะมีการสลับการทำงานใน office กับการ work from home เป็นบางวัน
ดังนั้นเพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับงานบริการ หากท่านติดต่อเราไม่ได้ทางโทรศัพท์ของสำนักงาน
กรุณาติดต่อผ่านช่องทางที่สะดวกด้านล่าง

QuickBooks software Tel. : 081 732 4733
Accounting & tax services Tel. : 081 820 2039
Line:@natthaiac
Email:info@thaiaccounting.com


www.thaiaccounting.com

วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2562

รู้จัก!! “ข้อหารือภาษีอากร” เรื่องสําคัญที่เอสเอ็มอีไม่เคยรู้

รู้จัก!! “ข้อหารือภาษีอากร” เรื่องสําคัญที่เอสเอ็มอีไม่เคยรู้

วารสาร K SME Inspired ฉบับที่65 ประจำเดือน กันยายน 2562

โดยศิริรัฐ โชติเวชการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Network Advisory Team Ltd.








รู้จัก!! “ข้อหารือภาษีอากร” เรื่องสําคัญที่เอสเอ็มอีไม่เคยรู้

โดย ศิริรัฐ โชติเวชการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Network Advisory Team Ltd.



ในการทําธุรกิจเรามักจะหลีกเลี่ยงไม่ได้กับการมาเยือนของเจ้าหน้าที่สรรพากร และเป็นที่ทราบกันดีว่าเมื่อแวะมาแล้วจะไม่มีการกลับไปมือเปล่า การมาตรวจสอบจะต้องมีประเด็นที่มาแจ้งว่าเรามีข้อผิดพลาดอะไรบ้าง
ทุกครั้งที่ผู้ประกอบการได้รับแจ้งว่ามีประเด็นความผิด หน้าที่ของเราคือ ต้องปกป้อง ตัวเองก่อน แต่คําถามคือ เราจะมีวิธีใดในการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนการมาเยือนของ เจ้าหน้าที่สรรพากร ในการตรวจสอบและได้รับแจ้งประเด็นความผิด ซึ่งถ้าเราพิสูจน์ได้ว่า เราไม่ได้ทําผิดและเจ้าหน้าที่ฯ ยอมรับได้ เราก็จะหลุดจากประเด็นนั้นๆ ไป
วิธีหนึ่งที่ผู้เขียนใช้มาตลอดชีวิตการทํางานด้านบัญชี-ภาษี คือ การพึ่งพาข้อหารือของกรมสรรพากร ในการปกป้ององค์กรให้พ้นจากประเด็นความผิด ซึ่ง “ข้อหารือ” ที่ว่านี้ก็คือ หนังสือตอบจากกรมสรรพากรถึงผู้เสียภาษีที่มีข้อข้องใจเกี่ยวกับ ภาษีในธุรกิจที่ทําอยู่ จึงทําจดหมายเป็นลายลักษณ์อักษร ถึงกรมสรรพากร เพื่อเล่าให้ข้อมูลและสอบถามปัญหาข้อข้องใจที่เกี่ยวกับข้อมูลนั้นๆ เมื่อฝ่ายกฎหมายของกรมสรรพากรวินิจฉัยแล้ว จะมีจดหมายตอบไขข้อข้องใจถึงกิจการนั้นโดยตรง และกรมสรรพากรก็ยังใจดีเปิดเผยข้อมูลข้อหารือให้สาธารณชนทราบเป็นกรณีศึกษา บนเว็บไซต์หรือนิตยสารของกรมฯ โดยไม่เปิดเผยชื่อองค์กรที่ถาม
สําหรับวิธีใช้ประโยชน์จากข้อหารือ คือ เป็นการค้นหาข้อหารือที่มีลักษณะ ธุรกิจที่คล้ายกับเรา อาจจะใช้คําตอบจากข้อหารือเหล่านี้มาเทียบเคียงกับวิธีที่เราปฏิบัติอยู่ หากตรงกันก็สบายใจ แต่ถ้าปฏิบัติไม่ตรงก็ยังไม่สายที่จะปรับเปลี่ยนให้ตรง จากนั้นให้แยกเก็บสําเนาข้อหารือไว้เป็นแฟ้มพิเศษ เพราะจากที่เคยประสบกับตนเองมาก่อน เมื่อเจ้าหน้าที่สรรพากรมาตรวจและขอเก็บภาษีเพิ่ม เพราะประเมินว่าเราทําผิด แต่ที่เราทํานั้นตรงกับคําตอบในข้อหารือ เราก็นําเอาสําเนาข้อหารือที่เกี่ยวกับเรื่องนั้น ที่เก็บไว้ในแฟ้มพิเศษนั้นมาแสดงเป็นหลักฐานว่าได้ทําตามข้อหารือ
ส่วนใหญ่ 95% ของเจ้าหน้าที่จะยอมรับและยอมให้ประเด็นความผิดนั้นตกไป ส่วน 5% ที่เหลือถ้าเดิมพันเรื่องภาษีนั้นสูงมาก เจ้าหน้าที่บางท่านจะบอกว่า จะยอมรับ ก็ต่อเมื่อเป็นข้อหารือที่เป็นเรื่องที่ท่านเอาข้อมูลนี้ไปหารือและกรมสรรพากรตอบมาในชื่อท่านเอง ถ้าเจอเช่นนี้ก็งานเข้า อาจจะเหนื่อยหน่อย ให้ดูว่ายอดภาษีที่จะโดนให้ เสียนั้นว่าคุ้มค่ากับการหารือหรือไม่ ถ้ามียอดสูงเป็นเดิมพัน ท่านต้องรออะไรอีกล่ะ!


การนําข้อหารือไปแสดงกับเจ้าหน้าที่นั้นมีข้อดีหลายประการ
» ประการแรก คือ มีหลักฐานซึ่งเป็นคําตอบจากกรมสรรพากรเองถึงแนวปฏิบัติที่ถูกต้อง
» ประการที่สอง สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของท่านให้เจ้าหน้าที่สรรพากรทราบว่า ท่านมีความตั้งใจปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วยการทําการบ้าน ศึกษาข้อหารือที่เกี่ยวข้องมาก่อน
» ประการที่สาม ช่วยอํานวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบ เพราะสามารถแนบข้อหารือ ไปอ้างอิงกับหัวหน้าประกอบคําให้การของท่าน


ในส่วนของการจัดทําข้อหารือของตนเองนั้น ก่อนอื่นต้องทุ่มเททําการบ้านสักหน่อย คือ ค้นหาข้อหารือหลายๆฉบับที่มีกรณีศึกษาเดียวกับท่าน และขอย้ำว่าต้องดูข้อหารือที่เป็นปัจจุบันที่สุด เพราะกฎหมายมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ถ้าได้คําตอบตรงกันหมด กับแนวที่ท่านปฏิบัติอยู่ก็ง่ายหน่อย เสร็จแล้วให้นําข้อมูลนี้ไปหานิติกรที่จะช่วยตอบปัญหาให้กับท่าน เพื่อสอบถามและขอคํายืนยันว่า ข้อมูลและแนวปฏิบัติที่ท่านเดินตามข้อหารือนี้ถูกต้องหรือไม่ ถ้ามีข้อโต้แย้งก็กลับไปทําการบ้านใหม่ จนได้รับคําตอบที่มั่นใจ แล้วค่อยร่างเป็นจดหมายส่ง โดยทําสําเนาฉบับหนึ่งเพื่อประทับตราบันทึกเลขรับ หลังจากนั้นคอยติดตามจนได้รับคําตอบ
หากคําตอบออกมาตรงกับใจก็นําไปแสดงกับเจ้าหน้าที่เพื่อให้เขาปิดเรื่อง แต่ถ้าไม่ตรงท่านก็ต้องยอมปรับวิธีปฏิบัติใหม่ให้ถูกและเจรจาขอลดหรืองดเบี้ยปรับเพื่อเสียภาษีต่อไป


วิธีค้นหาข้อหารือในเว็บไซต์กรมสรรพากร
1 เข้า Website กรมสรรพากร : www.rd.go.th  
2 คลิกเข้าสู่หน้าหลัก  
3 คลิกคําว่า อ้างอิงที่มุมบนขวา  
4 จากนั้นคลิกคําว่า ข้อหารือภาษีอากร บริเวณ เมนูด้านซ้ายมือ  
5 จะเข้าสู่หัวข้อข้อหารือ ในเดือนและปีล่าสุดที่กรมฯ นํามาลง โดยผู้ประกอบการสามารถค้นหาเดือนหรือปีอื่นๆ เพื่อหากรณีศึกษาที่สนใจและจัดเก็บไว้ในแฟ้มพิเศษ เพื่อใช้อ้างอิงกับเจ้าหน้าที่สรรพากรหากถูกตรวจสอบในอนาคต

K SME Inspired #65 Page 61 - 65



สามารถอ่านบทความอื่น คุณศิริรัฐ โชติเวชการ ได้ที่ https://www.thaiaccounting.com/article

วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2562

สรุปมาตรการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการจัดทำบัญชีให้สอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของกิจการ

สรุปมาตรการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการจัดทำบัญชีให้สอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของกิจการที่มา กรมสรรพากร http://www.rd.go.th/publish/fileadmin/download/sme270362.pdf






คุณกำลังมองหาบริการทางด้านบัญชีระดับมืออาชีพในภูเก็ต กรุงเทพ ประเทศไทย ?

NAT ภูเก็ต กรุงเทพ ให้คำปรึกษาและบริการทางบัญชีครบวงจร ภาษีอากรและธุรกิจ จำหน่าย อบรม วางระบบโปรแกรมบัญชี QuickBooks ควิกบุค สำหรับSMEs 

เราให้บริการทางด้านบัญชีแบบครบวงจร ตอบสนองความต้องการของคุณ เรารับจัดทำบัญชี ดูแลงานบัญชี สอบบัญชี วางแผนภาษี ทำงบการเงินและรายงานทางการเงินตามความต้องการของผู้บริหารขององค์กรด้วยบริการจากผู้เชี่ยวชาญของเรา ทำให้คุณสามารถวางใจให้เราเป็นผู้ดูแลงานบัญชีเหล่านี้แทนคุณ
ติดต่อ NAT www.thaiaccounting.com
info@thaiaccounting.com
Line ID : @natthaiac
Bangkok Tel (66) 2 513 7151
Phuket Tel (66) 76 375 699




วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2562

ปิดงบบัญชี’61 อย่างไร ให้ปลอดภัยจากการมาเยือนของสรรพากร?

ปิดงบบัญชี’61 อย่างไร ให้ปลอดภัยจากการมาเยือนของสรรพากร?

วารสาร K SME Inspired ฉบับ มีนาคม  2562

โดย ศิริรัฐ โชติเวชการ










ปิดงบบัญชี’61 อย่างไร ให้ปลอดภัยจากการมาเยือนของสรรพากร?

โดย ศิริรัฐ โชติเวชการ

เชื่อว่าตอนนี้ นิติบุคคลส่วนใหญ่กำลังง่วนกับการปิดงบบัญชี ปี พ.ศ.2561 เพื่อยื่นภาษีให้ทันภายในปลายเดือนพฤษภาคม 2562

หลายท่านคงเคยอ่านข่าวเกี่ยวกับนโยบายของท่านอธิบดีกรมสรรพากร เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ที่ตั้งเป้าว่า

ในปี พ.ศ.2561 จะทำระบบวิเคราะห์ข้อมูล

        พ.ศ.2562 จะเชื่อมระบบข้อมูลต่างๆ เข้าด้วยกัน

        พ.ศ.2563 การเก็บภาษีของกรมสรรพากรจะเป็น ระบบ AI เต็มตัว ระบบจะสามารถรู้ได้ เลยว่าผู้เสียภาษีคนไหนยังเสียภาษีไม่ครบ โดยไม่ต้องใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่

ดังนั้น การปิดงบปี พ.ศ.2561 จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ที่บรรดานิติบุคคลจะต้องตรวจตราให้ดีก่อนที่จะอนุมัติงบการเงินจากตัวเลขที่นักบัญชีหรือสำนักงานบัญชีปิดงบมาให้ เพราะการใช้ AI ในการตรวจเช็กความผิดปกติของงบการเงินได้เริ่มขึ้นแล้ว

โดยกรมสรรพากรเองก็ได้ออกมาเตือนว่า กรมสรรพากรได้มีการใช้ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ พูดง่ายๆ คือ ระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ ในการวิเคราะห์ข้อมูลของผู้เสียภาษีที่เป็นนิติบุคคล และถ้าเจ้า AI ตรวจเจอว่า งบการเงินของกิจการใดมีประเด็นความเสี่ยง ก็จะมีคำสั่งจากส่วนกลางไปยังสรรพากรเขตที่กิจการนั้นตั้งอยู่ ให้ทำการตรวจสอบ ประเด็นต่างๆ ที่เจอและสรรพากรเขตก็มีหน้าที่ตรวจและรายงานผลภายในเวลาที่กำหนด โดยไม่ได้มีสิทธิที่จะเลือกเองว่าจะตรวจหรือไม่ตรวจรายใด ดังที่เคยเป็นในระบบเดิม

สำหรับประเด็นยอดฮิตที่เขาตั้งเกณฑ์ไว้ให้เจ้า AI คอยตรวจจับมี 8 ประเด็น ที่ต้องให้ความสำคัญ และถ้าปิดงบครั้งนี้ท่านยังปล่อยให้งบของท่านติดเกณฑ์ ความเสี่ยงเหล่านี้ ก็ให้เตรียมตัวรับบัตรเชิญจากกรมสรรพากรไว้ได้เลย

1.ขาดทุนขั้นต้น

ในการทำมาค้าขายนั้น ถ้าเรามีตัวเลขขาดทุนขั้นต้นคือ เมื่อเอายอดขายหักด้วยต้นทุนขายแล้วติดลบนั้น ถือเป็นความผิดปกติอย่างไม่น่าให้อภัย หากเจ้า AI พบว่ากิจการของท่าน มีสภาวะขาดทุนขั้นต้น เป็นที่แน่นอนว่าจะต้องถูกเรียกตรวจสอบเพื่อเจาะลึกไปถึงความถูกต้องของยอดขาย ต้นทุนขาย ต้นทุนการผลิต และการคํานวณมูลค่าสินค้าคงเหลือ

ยกตัวอย่าง ยอดขายไม่ถูกต้อง เพราะท่านอาจจะตั้งราคาขายต่ำกว่า ราคาตลาด เป็นต้น

2.ขาดทุนสะสมมากกว่าทุนชำระ

การที่งบการเงินใดมีขาดทุนสะสมมากกว่าทุนนั้น แสดงว่าการประกอบกิจการโดยมีผลขาดทุนมาโดยตลอด และสะสมมาจนเกินกว่าเงินลงทุน เป็นอีกกรณีหนึ่งที่น่าสงสัยอย่างยิ่งว่า น่าจะแสดงรายได้ไว้ไม่ครบถ้วนถูกต้อง ท่านจะต้องถูกตรวจเชิงลึกทั้งด้านรายได้ ต้นทุนการ ผลิต ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ํ เพื่อพิสูจน์ความครบถ้วนถูกต้อง

3.สินค้าคงเหลือมากผิดปกติเมื่อเทียบกับรายได้

ท่านจะเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอาจแสดงยอดขายไม่ครบถ้วน และถูกตรวจสอบความครบถ้วนของการบันทึกรายรับ รวมไปถึงการตรวจนับสินค้าคงเหลือเพื่อพิสูจน์ความถูกต้อง และความมีอยู่จริงของรายการสินค้าคงเหลือปลายงวดด้วย เพราะอาจมีการขายที่ไม่แสดงไว้และกำหนดสินค้าคงเหลือขึ้นมาโดยไม่มีสินค้าจริง

4.ยอดขายตาม ภ.พ.30 ต่างกับยอดรายรับในงบการเงิน

ประเด็นความเสี่ยงข้อนี้มาจากสมมุติฐานที่ว่าถ้าเป็นกิจการทั่วไปที่ขายสินค้าในประเทศอย่างเดียว ยอดขายที่ต้องเสียภาษีตามแบบ ภ.พ.30 กับยอดรายได้ตามแบบ ภ.ง.ด.50 ควรจะเท่ากัน แต่ในความเป็นจริงการที่ยอดขาย ตาม ภ.พ.30 ต่างกับยอดรายรับในงบการเงินอาจจะเกิดขึ้น โดยผู้เสียภาษีไม่ได้ทำผิดอะไร

ยกตัวอย่าง เช่น ในธุรกิจบริการซึ่งรับรู้ VAT เมื่อได้รับชำระเงิน ย่อมจะมีผลต่างตรงนี้เกิดขึ้น แต่เมื่อกรมสรรพากรได้ตั้งประเด็นนี้ให้เจ้า AI ตรวจจับ ผลที่เกิดขึ้น คือ มีกิจการถูกเรียกตรวจมากมาย จนเป็นภาระแก่เจ้าหน้าที่และยังเป็นภาระแก่ผู้ประกอบการที่ต้องมาเสียเวลากระทบยอดขายยืนยันตัวเลขเพื่อปกป้องตัวเอง อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนขอแนะนำให้กิจการนิติบุคคลที่มีผลต่างดังกล่าวเตรียมกระทบยอดไว้เลย เพราะถ้าเงื่อนไขนี้ยังอยู่ ท่านต้องโดนเรียกตรวจสอบแน่นอน

5.มีเงินให้กู้ยืมแต่ไม่มีดอกเบี้ยรับ

หมายถึงในงบดุลแสดงรายการลูกหนี้เงินให้กู้ยืมแต่ไม่ปรากฏรายการดอกเบี้ยรับในงบกําไรขาดทุน จะถูกประเมินดอกเบี้ยรับและเสียภาษีธุรกิจเฉพาะจากดอกเบี้ยรับนั้น ยิ่ง ไปกว่านั้นหากพบว่าไม่มีการโอนเงินให้แก่ผู้กู้จริงอาจถูกมองว่าเป็นการสร้างรายการทางบัญชีจากเงินสดที่ได้จากการขาย แต่ไม่บันทึกเป็นรายได้

6.มีค่าใช้จ่ายด้านที่ปรึกษา นายหน้า ฯลฯ สูงผิดปกติ

เป็นที่รู้กันว่าเมื่อปิดงบการเงินออกมาแล้ว พบว่ากิจการมีกำไรมาก ผู้ประกอบการมักจะนิยม เพิ่มค่าใช้จ่าย ด้วยการตั้งค้างจ่ายค่านายหน้า ค่าที่ปรึกษา ฯลฯ เพื่อให้กำไรลดลง แต่กรมสรรพากรก็รู้เท่าทันเกมเหล่านี้ของผู้ประกอบการเช่นกัน จึงสั่งเจ้า AI ให้คอยตรวจจับประเด็นนี้ด้วย ดังนั้น ก่อนปิดงบให้ตรวจสอบว่าท่านมี รายการดังกล่าวที่พิสูจน์ได้ว่าใช้บริการจริง ในราคาที่สมเหตุผลหรือไม่

7.มียอดรายได้จากการโดนหักภาษี ณ ที่จ่าย มากกว่ารายได้ในงบฯ

รายได้บางตัวที่เราอาจจะเผลอโดยตั้งใจ หรือไม่ก็ตาม ไม่นำมาลงบัญชีขาย แต่ปรากฏว่า รายการนั้นถูกลูกค้าหักภาษี ณ ที่จ่ายและไปรายงานต่อกรมสรรพากรไว้ว่าเป็นรายได้ของเรา ทำให้เจ้า AI ตรวจเจอและถือว่าเรามีความเสี่ยงที่จะลงบัญชีรายได้ไว้ไม่ครบถ้วน

8.ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายข้ามรอบบัญชี/ทำรายจ่ายเท็จ

ข้อนี้มักจะมาจากผลพวงของข้อ 6 คือ มีการตั้งค่าใช้จ่ายค้างจ่าย ค่านายหน้าหรือค่าที่ปรึกษาไว้ในงวดก่อนๆ แต่ไม่มีการจ่ายออกไปจริง ภายในรอบบัญชีถัดไป กรม สรรพากรก็จะสันนิษฐานว่าท่านทำรายการเท็จ และจะถูกบวกกลับทำให้กำไรเพิ่มขึ้นและเสียภาษีย้อนหลังให้เขาไปตามระเบียบ

 

ดังนั้น ก่อนปิดงบการเงินประจำปี พ.ศ.2561 ที่จะต้องยื่นแบบภายในปลาย เดือนพฤษภาคม 2562 ก่อนจะจรดปากกาเซ็นอนุมัติงบฯ ควรตรวจทานให้แน่ใจเสียก่อนว่างบการเงินของท่านไม่มีประเด็นความเสี่ยงเหล่านี้

K SME Inspired #59 Page 63 -69

สามารถอ่านบทความอื่น คุณศิริรัฐ โชติเวชการ ได้ที่ https://www.thaiaccounting.com/article


วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2561

เตรียมรับมือกับระบบตรวจสอบภาษียุค4.0ของกรมสรรพากร

เตรียมรับมือกับระบบตรวจสอบภาษียุค4.0ของกรมสรรพากร

บทความ RBA ระบบตรวจสอบภาษีใหม่ล่าสุดของสรรพากรยุค 4.0
โดยคุณศิริรัฐ โชติเวชการ ลงใน นิตยสาร K SME Inspired ฉบับ March 2018